ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 1–3
ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 1–3 สำหรับหน่วยฤดูหนาว ปฐมวัย ระบายสีเสื้อกันหนาวและภาพทะเลหมอก จับคู่เงาเครื่องแต่งกาย แยกของอากาศหนาว อากาศร้อน ตัดแปะ 3 ฤดู พิมพ์ A4 ฟรี
พบ 10 ใบงาน
1 ภาพ ใบงานระบายสีหมวกไหมพรม พร้อมลากเส้นคำว่า หมวกไหมพรม
1 ภาพ ใบงานระบายสีเสื้อกันหนาว หน่วยฤดูหนาว
4 คู่ จับคู่ภาพกับเงา เครื่องแต่งกายฤดูหนาว
6 ภาพ ใบงานจำแนกผักและผลไม้ หน่วยฤดูหนาว
8 ภาพ ใบงานจำแนกของ อากาศหนาว อากาศร้อน
6 คู่ จับคู่ภาพกับเงา เครื่องแต่งกาย 3 ฤดู
1 ภาพ ภาพระบายสีฤดูหนาว เด็กชมทะเลหมอก
8 รายการ ตารางดูแลสุขภาพหน้าหนาว (รายสัปดาห์)
8 ภาพ ใบงานตัดแปะ เครื่องแต่งกาย 3 ฤดู
6 แถว ใบงานคัดคำศัพท์หน่วยฤดูหนาว หมอก ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าห่ม
ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 1 2 3 เริ่มใบไหนก่อน
ใบงานฤดูหนาวในหน้านี้ทำขึ้นสำหรับหน่วยฤดูหนาว ปฐมวัย ซึ่งแผนการสอนที่ใช้กันมากและแผนของหลายโรงเรียนใช้ชื่อหน่วยนี้เหมือนกันทั้งอนุบาล 1 2 และ 3 ทุกใบเป็นใบงานหน่วยฤดูหนาว ปฐมวัย ขนาด A4 ที่พิมพ์ได้ฟรี และจัดไว้ให้แล้วว่าใบไหนเหมาะกับอนุบาล 1 อนุบาล 2 หรืออนุบาล 3 ใช้เป็นสื่อหน่วยฤดูหนาวในห้องเรียน หรือส่งกลับบ้านให้ทำกับผู้ปกครองก็ได้ ส่วนโรงเรียนที่สอนสามฤดูรวมกันในหน่วยฤดูกาลหรือฤดูกาลหรรษา ใบตัดแปะ 3 ฤดูกับใบจำแนกของอากาศหนาว อากาศร้อนก็ใช้เป็นใบงานหน่วยฤดูกาล ปฐมวัย ได้
ใบงานหน่วยฤดูหนาว อนุบาล ชุดนี้ใช้ภาพหน้าหนาวแบบที่เด็กไทยเจอจริง คือ หมอกตอนเช้า ลมหนาว อากาศเย็น และเสื้อผ้าที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ไม่มีหิมะ ตุ๊กตาหิมะ หรือต้นคริสต์มาส ทุกใบใช้ภาพลายเส้นชุดเดียวกัน หมวกไหมพรมกับเสื้อกันหนาวที่เด็กระบายสีในใบแรก ๆ จะกลับมาในใบจับคู่เงา ใบจำแนก และใบตัดแปะ พอถึงใบหลัง ๆ เด็กรู้จักของเหล่านี้แล้ว จึงตั้งใจกับงานใหม่ของแต่ละใบได้เต็มที่ ใบของอนุบาล 1 มีภาพน้อยและมีชื่อใต้ภาพ ใบของอนุบาล 2 มีภาพมากขึ้นและบางใบไม่มีชื่อกำกับ ส่วนใบของอนุบาล 3 ต้องใช้กรรไกรและเขียนคำทั้งคำ
- อนุบาล 1 (อ.1): ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 1 เริ่มจากระบายสีหมวกไหมพรม ภาพหมวกใบโตมีพู่กลมบนยอด ใต้ภาพมีคำว่า "หมวกไหมพรม" ให้ลากเส้นตาม ต่อด้วยระบายสีเสื้อกันหนาว ภาพเสื้อบุนวมแขนยาว คอตั้ง มีซิปตรงกลาง พร้อมคำว่า "เสื้อกันหนาว" ให้ลากเส้นตาม แล้วทำจับคู่ภาพกับเงาเครื่องแต่งกายฤดูหนาว 4 คู่ คือ หมวกไหมพรม เสื้อกันหนาว ถุงมือ และถุงเท้า มีชื่อใต้ภาพทุกภาพ และจำแนกผักและผลไม้ 6 ภาพ ที่ให้โยงเส้นแครอท ผักกาด บรอกโคลี สตรอว์เบอร์รี ส้ม และองุ่นเข้ากลุ่ม ครูอ่านชื่อกลุ่มผักกับผลไม้ให้ฟังก่อนเริ่ม สี่ใบนี้ใช้กับอนุบาล 2 ได้ด้วย
- อนุบาล 2 (อ.2): ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 2 เพิ่มการจำแนกที่ต้องบอกเหตุผล การจับคู่เงาแบบไม่มีชื่อ และภาพที่ระบายได้นานขึ้น เริ่มที่จำแนกของที่เหมาะกับอากาศหนาวและอากาศร้อน 8 ภาพ ซึ่งมีหมวก 2 แบบอยู่คนละกลุ่ม คือหมวกไหมพรมกับหมวกปีกกว้าง ต่อด้วยจับคู่ภาพกับเงาเครื่องแต่งกาย 3 ฤดู 6 คู่ที่ไม่มีชื่อกำกับ มีทั้งของหน้าหนาว หน้าฝน และหน้าร้อน ภาพระบายสีเต็มหน้าเด็กชมทะเลหมอก ที่มีคำว่า "ฤดูหนาว" ให้ลากเส้นตาม และตารางดูแลสุขภาพหน้าหนาว วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 8 ข้อ ซึ่งมีแต่ตัวหนังสือ ผู้ใหญ่จึงต้องอ่านให้ฟังทีละข้อ สี่ใบนี้ใช้กับอนุบาล 3 ได้ด้วย
- อนุบาล 3 (อ.3): ใบงานฤดูหนาว อนุบาล 3 เริ่มจากใบของอนุบาล 2 ได้เลย แล้วเพิ่มงานตัดแปะและการเขียนคำ ใบงาน 3 ฤดูแบบตัดแปะ ให้ตัดภาพเครื่องแต่งกาย 8 ภาพ ไปแปะในกรอบฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว ส่วนคัดคำศัพท์หน่วยฤดูหนาว มี 6 คำ คือ ฤดูหนาว หมอก ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า และผ้าห่ม คำละ 3 ครั้ง ได้ฝึกเขียนตัว ฤ ที่เด็กไม่ค่อยได้เขียน สองใบนี้ใช้กับ ป.1 ได้ด้วย ใบตัดแปะใช้เป็นใบงานการแต่งกายตามฤดูกาล ป.1 ได้พอดี
ใช้ใบงานหน่วยฤดูหนาวคู่กับแผนการสอน วันไหนใช้ใบไหน
แผนที่ใช้กันมากสอนหน่วยฤดูหนาวช่วงกลางเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 ต่อจากหน่วยกลางวัน กลางคืน และหน่วยอากาศ ก่อนหน่วยวันขึ้นปีใหม่ ปีก่อน ๆ แผนเดียวกันเคยสอนหน่วยนี้ช่วงปลายเดือนมกราคม และบางโรงเรียนก็ยังสอนในเดือนมกราคม ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่หนาวที่สุดของปี แผนแบ่งเป็น 5 วัน อนุบาล 1 เรียนเรื่องสภาพอากาศและการเตรียมตัว เครื่องแต่งกาย โรคกับการดูแลตัวเอง และผักผลไม้ ส่วนอนุบาล 2 และ 3 เรียนเรื่องสภาพอากาศและการเตรียมตัว โรคที่พบบ่อยในหน้าหนาว พืชผักผลไม้ และประโยชน์กับโทษของฤดูหนาว
แผนหน่วยฤดูหนาว อนุบาล 1 วันแรกให้เด็กดูภาพเสื้อผ้าของแต่ละฤดู แล้วเล่นเกมจับคู่ภาพเครื่องแต่งกายฤดูหนาว ใบจับคู่ภาพกับเงาแบบมีชื่อใช้ต่อจากเกมนี้ได้พอดี ช่วงศิลปะของวันเดียวกันเป็นการฉีกกระดาษปะลงบนโครงร่างเครื่องแต่งกาย ใช้ใบระบายสีหมวกไหมพรมเป็นโครงร่างได้ วันเครื่องแต่งกายใช้บัตรภาพเสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หมวก ถุงเท้า และถุงมือ ซึ่งเป็นของแบบเดียวกับในใบจับคู่เงา วันโรคและการดูแลตัวเอง ศิลปะเป็นการพิมพ์ภาพจากก้านกล้วยตกแต่งโครงร่างเสื้อกันหนาว ใบระบายสีเสื้อกันหนาวใช้เป็นโครงร่างนี้ได้เลย ส่วนวันผักผลไม้ เด็กแยกบัตรภาพสตรอว์เบอร์รี แอปเปิล แครอท และผักกาดหอมเป็นผักกับผลไม้ลงแผนภูมิ ใบจำแนกผักและผลไม้ใช้ทบทวนต่อจากกิจกรรมนี้
แผนหน่วยฤดูหนาว อนุบาล 2 วันแรกท่องคำคล้องจองเรื่องฤดูกาล คุยเรื่องอากาศหนาวเย็น ลมแรง หมอก และน้ำค้าง แล้วให้อาสาสมัครออกมาสาธิตการแต่งกายในฤดูหนาว เกมหนึ่งในแผนให้หาของ 6 อย่างที่ซ่อนอยู่ในภาพ คือ กางเกงขายาว ถุงเท้า ถุงมือ หมวกไหมพรม เสื้อกันหนาว และผ้าพันคอ ใบจับคู่เงาเครื่องแต่งกายฤดูหนาวใช้ทบทวนชื่อของเหล่านี้ต่อได้ วันพืชผักผลไม้ใช้ใบจำแนกผักและผลไม้ ส่วนวันที่แยกประโยชน์กับโทษของหน้าหนาว ใช้ภาพเด็กชมทะเลหมอกชวนคุยว่าอากาศเย็นสบายและผักผลไม้หลายอย่างโตดีเป็นประโยชน์ ส่วนผิวแห้งและเป็นหวัดง่ายเป็นโทษ แล้วต่อด้วยตารางดูแลสุขภาพหน้าหนาว
แผนหน่วยฤดูหนาว อนุบาล 3 วันแรกเล่นเกมจัดหมวดหมู่ของเย็นกับของร้อน ใบจำแนกของที่เหมาะกับอากาศหนาวและอากาศร้อนใช้ต่อยอดจากเกมนี้ได้ โดยเปลี่ยนคำถามจากของชิ้นนี้เย็นหรือร้อน เป็นของชิ้นนี้เหมาะกับอากาศแบบไหน ศิลปะของวันเดียวกันเป็นการฉีกปะหมวกไหมพรมบนโครงร่าง ใบระบายสีหมวกไหมพรมใช้เป็นโครงร่างได้ วันสุดท้าย เด็กชูป้ายหน้ายิ้มหรือหน้าบึ้งตอบว่าภาพไหนเป็นประโยชน์หรือโทษของหน้าหนาว หนึ่งในภาพเป็นทะเลหมอกยามเช้า ภาพระบายสีเด็กชมทะเลหมอกจึงเข้ากับวันนี้ จากนั้นเล่นโดมิโนภาพคู่กับคำ เช่น ถุงเท้า ผ้าพันคอ และหมวก ใบคัดคำศัพท์หน่วยฤดูหนาวใช้ต่อจากเกมนี้ได้ ส่วนใบตัดแปะ 3 ฤดูใช้ปิดท้ายสัปดาห์ ทบทวนว่าแต่ละฤดูแต่งกายอย่างไร
ใบจับคู่เงาและใบจำแนกใช้ในช่วงเกมการศึกษาหน่วยฤดูหนาวได้ทุกวัน ส่วนใบระบายสีใช้ในช่วงศิลปะสร้างสรรค์ ถ้าอยากได้ชุดภาพอื่น ใช้เครื่องมือสร้างใบงานจับคู่ภาพกับเงา จำแนกกลุ่ม และระบายสีภาพ ซึ่งมีภาพเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า กางเกงขายาว เสื้อกันฝน และรองเท้าบูทกันฝนชุดเดียวกันนี้ให้เลือก ส่วนเครื่องมือคัดลายมือพิมพ์คำศัพท์เองได้ เช่น หนาว น้ำค้าง หรือ เสื้อกันหนาว
ใบตัดแปะ 3 ฤดูกับใบจำแนกของอากาศหนาว อากาศร้อน ใช้ทบทวนอีกครั้งเป็นใบงานหน่วยฤดูร้อนตอนปลายภาคเรียนได้ ส่วนใบจำแนกผักและผลไม้ใช้กับหน่วยผักที่สอนต้นเดือนมกราคม และหน่วยผลไม้ในภาคเรียนที่ 1 ได้ด้วย หมอกและน้ำค้างก็คือน้ำ ชวนคุยต่อกับใบวัฏจักรน้ำในใบงานหน่วยน้ำได้ ส่วนพัดลมในใบจำแนกเป็นของที่ใช้ไฟฟ้า ต่อกับใบใช้ไฟฟ้า ไม่ใช้ไฟฟ้าในใบงานหน่วยเทคโนโลยีและการสื่อสาร ดูช่วงที่สอนของทุกหน่วยได้ในรายชื่อหน่วยการเรียนรู้ทั้งปี
ฤดูหนาวของไทยเริ่มเดือนไหน เล่าให้เด็กอนุบาลเข้าใจ
ประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ไม่ได้มี 4 ฤดูแบบในนิทานหรือการ์ตูนต่างประเทศ ตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ฤดูหนาวเริ่มราวกลางเดือนตุลาคมและสิ้นสุดราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่วันเริ่มหน้าหนาวจริงของแต่ละปีจะประกาศแยก และมักช้ากว่านั้น เช่น ปี 2567 หน้าหนาวเริ่มวันที่ 29 ตุลาคม และสิ้นสุดปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 แผนการสอนหลายชุดจึงบอกเด็กว่าหน้าหนาวอยู่ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนช่วงที่หนาวที่สุดคือราวเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมกราคม เวลาเล่าให้เด็กฟังไม่ต้องใช้คำยาก แต่ละเรื่องเล่าสั้น ๆ ได้แบบนี้
- ลมหนาว: ช่วงนี้มีลมพัดมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พาอากาศเย็นและแห้งเข้ามา ท้องฟ้าโปร่ง อากาศจึงเย็นลง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีอากาศเย็นเพียงบางแห่งบางช่วง และยังมีฝนตกชุก เด็กที่อยู่ภาคใต้จึงอาจไม่รู้สึกหนาวเท่าเด็กภาคเหนือ
- หนาวแค่ไหน: ในฤดูหนาว กรมอุตุนิยมวิทยาดูจากอุณหภูมิต่ำสุดของวัน ถ้าอยู่ที่ 16–22.9 องศาเซลเซียส เรียกว่าอากาศเย็น 8–15.9 องศา เรียกว่าอากาศหนาว และตั้งแต่ 7.9 องศาลงไป เรียกว่าอากาศหนาวจัด ลองฟังพยากรณ์อากาศตอนเช้าด้วยกัน แล้วถามเด็กว่าวันนี้เย็น หนาว หรือหนาวจัด
- หมอก ทะเลหมอก และน้ำค้าง: หมอกคือหยดน้ำเล็ก ๆ จำนวนมากที่ลอยอยู่ใกล้พื้น เหมือนเมฆที่ลงมาอยู่ต่ำ เกิดเมื่ออากาศตอนกลางคืนเย็นลงมาก ไอน้ำในอากาศจึงกลายเป็นหยดน้ำ พอแดดออกและอากาศอุ่นขึ้น หมอกก็ค่อย ๆ จางไป ทะเลหมอกคือหมอกที่ลอยเต็มหุบเขา มองจากที่สูงจึงเห็นเป็นผืนขาวเหมือนทะเล ส่วนน้ำค้างคือหยดน้ำที่เกาะบนใบหญ้าตอนเช้า บนยอดดอยและเทือกเขาสูงช่วงที่หนาวที่สุด บางเช้าน้ำค้างแข็งตัวเป็นเม็ดน้ำแข็งเกาะบนใบไม้
- กลางคืนยาวกว่ากลางวัน: หน้าหนาวเราเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นช้ากว่าและตกเร็วกว่าช่วงกลางปี วันเหมายันเมื่อ 21 ธันวาคม 2568 กรุงเทพฯ มีกลางวันราว 11 ชั่วโมง 19 นาที และกลางคืนราว 12 ชั่วโมง 41 นาที เด็กจะสังเกตได้ว่าตอนเย็นฟ้ามืดเร็วกว่าเดิม ดวงอาทิตย์ไม่ได้ไปไหน กลางวันกับกลางคืนเกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง ส่วนที่กลางวันสั้นลงในหน้าหนาว เป็นเพราะแกนโลกเอียง ช่วงปลายปีซีกโลกเหนือที่บ้านเราอยู่เอียงออกจากดวงอาทิตย์ เรื่องนี้ต่อจากหน่วยกลางวัน กลางคืนที่เรียนก่อนหน้าได้พอดี
- ผักผลไม้หน้าหนาว: ผักและผลไม้หลายอย่างปลูกได้ดีในอากาศเย็น เช่น สตรอว์เบอร์รีต้องได้อากาศเย็นต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสและช่วงกลางวันที่สั้นจึงจะออกดอก จึงปลูกบนพื้นที่สูงในช่วงหน้าหนาว แต่ไม่ใช่ว่าผักผลไม้ในใบงานมีแค่หน้าหนาว ส้ม องุ่น แครอท และผักกาดหาซื้อได้ในหลายช่วงของปี ใบจำแนกจึงถามแค่ว่าเป็นผักหรือผลไม้
ดูแลสุขภาพหน้าหนาว ผิวแห้ง ปากแตก และไข้หวัด
อากาศหน้าหนาวทั้งเย็นและแห้ง ผิวและริมฝีปากจึงแห้งและแตกง่าย และบางโรคพบบ่อยขึ้น กรมควบคุมโรคแบ่งโรคและภัยสุขภาพในหน้าหนาวเป็นกลุ่ม เช่น โรคทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ โรคอุจจาระร่วงจากอาหารและน้ำ โรคหัด และภัยจากอากาศหนาว แผนที่ใช้กันมากก็มีวันที่เรียนเรื่องโรคและการดูแลตัวเองในทุกชั้น เด็กเล็กไม่ต้องจำชื่อโรค ให้จำสิ่งที่ทำเองได้ ซึ่งตรงกับข้อต่าง ๆ ในตารางดูแลสุขภาพหน้าหนาว
ตารางนี้มีแต่ตัวหนังสือ ให้อ่านให้เด็กอนุบาล 2 ฟังทีละข้อ แล้วส่งกลับบ้านให้ทำเครื่องหมายต่อกับผู้ปกครองตลอดสัปดาห์ ถ้าอยากเพิ่มข้อ เช่น ทาลิปมันเมื่อปากแห้ง หรืออยากได้ตารางทั้งเดือน ใช้เครื่องมือสร้างตารางกิจวัตร เลือกแบบติดตามนิสัย ตั้งจำนวนวันได้ถึง 31 วัน
- แต่งตัวให้อบอุ่น: สวมเสื้อกันหนาวในวันที่อากาศเย็น โดยเฉพาะตอนเช้าและกลางคืน ตกสายถ้าร้อนก็ถอดได้ ข้อนี้ในตารางจึงให้ทำเครื่องหมายเฉพาะวันที่อากาศเย็น
- ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด: กรมควบคุมโรคแนะนำให้ปิดปากและจมูกเวลาไอจาม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ เลี่ยงการคลุกคลีกับคนป่วย และคนที่ป่วยให้หยุดอยู่บ้าน ข้อปิดกับข้อล้างเด็กทำเองได้ ส่วนข้อเลี่ยงกับข้อหยุด ผู้ใหญ่ต้องช่วยดูแล ในตาราง ข้อไอจามให้ทำเครื่องหมายเฉพาะวันที่ไอหรือจาม
- ไม่ใช้ของร่วมกัน: ใช้แก้วน้ำและช้อนของตัวเอง ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคที่ให้ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนอื่น
- กิน ดื่ม ออกกำลัง นอน: กินอาหารที่ปรุงสุกและมีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกาย และนอนหลับให้พอ ทุกข้อมีแถวของตัวเองในตาราง
- ผิวแห้ง ปากแตก: ดื่มน้ำให้พอ แม้อากาศเย็นจะทำให้ไม่ค่อยรู้สึกกระหาย ทาโลชั่นเมื่อผิวแห้ง ทาลิปมันเมื่อปากแห้ง และไม่เลียริมฝีปาก เพราะเมื่อน้ำลายแห้งไป ปากจะยิ่งแห้งกว่าเดิม
ใบงานระบายสีฤดูหนาว และชิ้นงานติดบอร์ด
ใบงานระบายสีฤดูหนาวในหน้านี้มีทั้งภาพเดี่ยวตัวโตสำหรับเด็กเล็ก คือระบายสีหมวกไหมพรมกับใบงานระบายสีเสื้อกันหนาว และภาพระบายสีฤดูหนาวแบบเต็มหน้า เป็นเด็กสวมหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว และรองเท้าบูท สะพายเป้ ยืนเกาะราวไม้บนเขา มองทะเลหมอกและทิวเขาหลายชั้น มีดวงอาทิตย์โผล่ที่สันเขา ภาพนี้มีหลายส่วนให้ระบาย เหมาะกับเด็กที่ระบายได้นานขึ้น ทุกภาพมีคำให้ลากเส้นตามใต้ภาพ และใช้ติดบอร์ดหน่วยได้
ชิ้นงานหน่วยฤดูหนาวที่ต่อจากใบระบายสีได้ง่าย มีดังนี้
- ฉีกปะหมวกไหมพรม: ฉีกกระดาษสีเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปะลงในช่องของหมวกทีละช่อง แล้วขยำกระดาษย่นหรือพันไหมพรมเป็นก้อน แปะเป็นพู่บนยอดหมวก
- พิมพ์ลายเสื้อกันหนาว: ตัดก้านกล้วยเป็นท่อน จุ่มสีโปสเตอร์ แล้วพิมพ์ลงในช่องพองของเสื้อ หรือใช้ปลายนิ้วจุ่มสีพิมพ์เป็นจุด รอสีแห้งแล้วค่อยลากเส้นคำว่าเสื้อกันหนาว
- ทะเลหมอกจากสำลี: ระบายสีภาพเด็กชมทะเลหมอกให้เสร็จ แล้วดึงสำลีให้บางแปะทับบนผืนหมอกระหว่างภูเขา ชวนเด็กคุยว่าหมอกเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ที่จะจางไปเมื่อแดดออก
- บอร์ดราวตากผ้าหน้าหนาว: ขึงเชือกที่บอร์ดหน้าห้อง ให้เด็กตัดภาพหมวกและเสื้อกันหนาวที่ระบายสีแล้ว หนีบด้วยไม้หนีบผ้า ติดบัตรคำใต้ภาพ แล้วให้เด็กอ่านบัตรคำตามทุกเช้า
- กังหันลม: แผนอนุบาล 2 มีการประดิษฐ์กังหันลมในช่วงศิลปะ ถือออกไปกลางแจ้งตอนเช้า ให้เด็กดูว่าวันนี้ลมพัดแรงแค่ไหน
คำถามเรื่องหน้าหนาวที่เด็กมักถาม และจุดที่มักพลาด
ทำไมหน้าหนาวบ้านเราไม่มีหิมะ: หิมะตกในที่ที่หนาวจัดกว่าบ้านเรามาก จนน้ำในเมฆกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และอากาศใกล้พื้นก็เย็นพอที่เกล็ดน้ำแข็งจะตกลงมาถึงพื้นโดยไม่ละลาย ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน หน้าหนาวบ้านเราจึงไม่หนาวถึงขนาดนั้น มีแต่หมอก ลมหนาว และอากาศเย็น ถ้าเด็กเห็นตุ๊กตาหิมะในการ์ตูน บอกได้ว่าเป็นหน้าหนาวของบางประเทศ ส่วนเกล็ดขาวบนยอดหญ้าที่เห็นในข่าวยอดดอย อาจเป็นน้ำค้างแข็ง คือน้ำค้างที่เกาะใบไม้แล้วแข็งตัวเป็นเม็ดน้ำแข็ง หรือเป็นแม่คะนิ้ง คือไอน้ำที่กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งโดยตรงโดยไม่เป็นหยดน้ำก่อน สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่เกิดบนพื้นและใบไม้เหมือนกัน ไม่ได้ตกลงมาจากฟ้าแบบหิมะ
ทำไมหายใจแล้วมีควันออกจากปาก: ลมหายใจของเรามีไอน้ำที่มองไม่เห็นปนอยู่ เมื่อออกมาเจออากาศที่หนาวมาก ไอน้ำจะกลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ จนเห็นเป็นควันสีขาว แบบเดียวกับหมอก ไม่ใช่ควันไฟ วันที่อากาศแค่เย็น ๆ จึงอาจมองไม่เห็น
ฟ้าขาวขุ่นทั้งวันเป็นหมอกไหม: หมอกมักจางไปเมื่อแดดออกตอนสาย ถ้าฟ้ายังขมุกขมัวทั้งวัน อาจเป็นฝุ่นละออง ซึ่งช่วงหน้าหนาวมักสะสมมากเพราะอากาศนิ่งและลมอ่อน ผู้ใหญ่ควรดูค่าฝุ่น PM2.5 ก่อนพาเด็กออกไปเล่นกลางแจ้ง
หน้าหนาวจะกลับมาอีกเมื่อไร: ฤดูของบ้านเราวนตามลำดับทุกปี ตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ฤดูร้อนอยู่ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนราวกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม แล้วจึงถึงฤดูหนาว กรอบในใบตัดแปะ 3 ฤดูก็เรียงตามลำดับนี้ ให้เด็กชี้ทีละกรอบแล้วบอกว่าตอนนี้เป็นฤดูอะไร
ไอศกรีมเหมาะกับอากาศหนาวหรือร้อน: ไอศกรีมเป็นของเย็น แต่คนชอบกินตอนอากาศร้อน เด็กจึงตอบได้ทั้งสองทาง ใบจำแนกของอากาศหนาว อากาศร้อนจึงใช้แต่ของที่ตอบได้ทางเดียว ถุงเท้าและกางเกงขายาวก็ไม่อยู่ในใบนี้ เพราะใส่ได้ทุกฤดู ส่วนเสื้อยืดที่อยู่ทั้งในใบนี้และใบตัดแปะ 3 ฤดู ถ้าเด็กบอกว่าใส่ได้ทุกฤดู ให้ชมว่าถูก แล้วถามต่อว่าเหมาะกับอากาศแบบไหนหรือฤดูไหนที่สุด
จับคู่เงา: เงาถุงมือกับเงาถุงเท้าเป็นของที่มาเป็นคู่เหมือนกัน ให้นับส่วนที่ยื่นออกมา ถุงมือมีนิ้ว 5 นิ้ว โดยนิ้วโป้งแยกออกมาด้านข้าง ส่วนถุงเท้าไม่มีนิ้ว มีส้นเท้าและปลายเท้าหันไปด้านข้าง ในใบ 6 คู่ เงาผ้าพันคอมีช่องว่างกลางห่วงและพู่ที่ชายผ้า เงากางเกงขายาวมีขาสองข้างยาวลงมา และเงาเสื้อกันหนาวมีแขนพองสองข้างกับคอตั้ง
บรอกโคลีเป็นดอกไม้หรือผัก: ส่วนที่เรากินคือช่อดอกที่ยังตูม แต่เรากินเป็นผัก จึงอยู่กลุ่มผัก ส่วนสตรอว์เบอร์รีเรากินเป็นผลไม้ จึงอยู่กลุ่มผลไม้