ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โดย อ่าน 20 นาที

การจัดประสบการณ์อนุบาล เทอม 2 ใช้ใบงานอย่างไรให้เหมาะกับ อ.1 อ.2 อ.3

คู่มือสำหรับครูอนุบาลและพ่อแม่บ้านเรียนในเทอม 2 ใบงานเข้ากับกิจกรรมหลักช่วงไหน เด็กแต่ละชั้นทำอะไรได้ ไล่ขั้นสีเทียน กรรไกร กาว เตรียมใบงานทั้งหน่วยล่วงหน้า และเก็บผลงานแทนการสอบ

  • การจัดประสบการณ์อนุบาล เทอม 2
  • การจัดประสบการณ์ปฐมวัย
  • กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม
  • ตารางกิจกรรมประจำวัน อนุบาล
  • การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
  • สารนิทัศน์
  • กล้ามเนื้อมัดเล็ก
  • แฟ้มสะสมงาน
  • บ้านเรียน
ปกบทความการจัดประสบการณ์อนุบาล เทอม 2 นากน้อยของ SheetKub ถือใบงานระบายสี เด็กสองคนตัดปะกระดาษรูปทรง และการ์ดกิจกรรมของ อ.1 ขีดเขียนระบายสี อ.2 ลากเส้นตัดปะ อ.3 คิด เล่า ลงมือทำ

เทอม 2 ของอนุบาลเริ่มราวต้นเดือนพฤศจิกายน และเป็นครึ่งหลังของปีการศึกษา เป้า “ความสามารถผู้เรียนเมื่อจบชั้นปี” ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 จึงใกล้เข้ามา และเด็ก อ.3 ก็ใกล้ขึ้น ป.1 คำถามที่ครูถามบ่อยช่วงนี้คือ ใบงานควรใช้ตรงไหน ใช้เท่าไรถึงพอ และใช้อย่างไรไม่ให้กลายเป็นการสอบ

บทความนี้ไม่ได้บอกว่าเดือนไหนสอนหน่วยอะไร รายชื่อหน่วยทั้งเทอมพร้อมช่วงที่สอนอยู่ในหน่วยการเรียนรู้ภาคเรียนที่ 2 แล้ว ที่นี่ว่าด้วยวิธีจัดประสบการณ์ให้ใบงานอยู่ถูกช่วง ถูกจังหวะ และถูกชั้น โดยอิงหลักสูตรปฐมวัย 2568 แผนการจัดประสบการณ์สองสายที่โรงเรียนใช้ และคู่มือ DSPM ของกระทรวงสาธารณสุข

แต่ละโรงเรียนจัดตารางและเรียงหน่วยต่างกันได้ หลักสูตรเองก็ระบุว่ากิจกรรมประจำวันจัดได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละแห่ง ตัวเลขและตัวอย่างในบทความนี้จึงเป็นแนวทาง ไม่ใช่ข้อบังคับ ส่วนไหนเป็นคำแนะนำของเราเอง เราเขียนบอกไว้

แผนจริงใช้ใบงานแค่ไหน

เราค้นข้อความในไฟล์แผนสองสายที่โรงเรียนใช้ ว่ามีใบงานมากแค่ไหน ได้ผลแบบนี้

  • แผนรายวันของ อ.2 และ อ.3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ของแผนที่ใช้กันมาก ไม่มีกิจกรรมที่เรียกว่าใบงานเลย และไม่มีแบบทดสอบ เกมการศึกษาใช้เกมกับบัตรภาพ ศิลปะใช้ภาพโครงร่างให้เด็กปะกระดาษ ระบาย หรือพิมพ์ภาพ วิธีประเมินที่แผนเขียนไว้คือการสังเกต รายการสื่อที่ตารางสอนให้เตรียมของทั้งสามชั้นก็ไม่มีใบงาน
  • แผนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำหรับเด็กอายุ 5–6 ปี ภาคเรียนที่ 1 มีใบงานใน 56 วันจาก 89 วันของกิจกรรมสร้างสรรค์ และใน 14 วันจาก 90 วันของกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เช่น ให้เขียนตัวเลขหรือตัวอักษรที่เพิ่งเรียน ส่วนเคลื่อนไหวและจังหวะ เสรี กลางแจ้ง และเกมการศึกษา ไม่มีใบงานเลยสักวัน แผนนี้ประเมินด้วยการสังเกตและการตรวจผลงาน ไม่มีแบบทดสอบเช่นกัน

สองแผนนี้ต่างกันมาก แต่ชี้ไปทางเดียวกัน ใบงานเป็นสื่อเสริมของบางช่วง ไม่ใช่แกนของวัน หลักสูตร 2568 ก็ให้จัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการเล่นและการลงมือกระทำจากประสบการณ์ตรง ไม่จัดเป็นรายวิชา ให้เด็กเรียนผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ใบงานที่ดีจึงมาหลังประสบการณ์จริง และช่วยให้ครูเห็นว่าเด็กแต่ละคนเข้าใจถึงไหน

วันหนึ่งของอนุบาล ใบงานเข้ากับช่วงไหน

แผนรายวันของ อ.2 และ อ.3 ในเทอม 2 ปีที่แล้วจัดเวลาเหมือนกันแทบทุกวัน คือ สนทนาข่าวและเหตุการณ์ 15 นาที เคลื่อนไหวและจังหวะ 15 นาที เสริมประสบการณ์ 20 นาที ศิลปะสร้างสรรค์รวมกับเล่นตามมุม 40 นาที และเกมการศึกษา 15 นาที มีการเล่นกลางแจ้งด้วยแต่แผนไม่ระบุนาที ส่วนแผนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดวันละ 6 กิจกรรม คือ เคลื่อนไหวและจังหวะ เสริมประสบการณ์ สร้างสรรค์ เสรี กลางแจ้ง และเกมการศึกษา

ช่วงกิจกรรมเวลาในแผน อ.2–อ.3 ปีที่แล้วใบงานในแผนของ อปท. (อายุ 5–6 ปี ภาคเรียนที่ 1)ใบงานที่เข้ากัน
สนทนาข่าวและเหตุการณ์15 นาที–ไม่ต้องใช้
เคลื่อนไหวและจังหวะ15 นาทีไม่มีไม่ใช้
เสริมประสบการณ์20 นาที14 จาก 90 วันใบเรียงลำดับหรือใบจำแนกสั้น ๆ ท้ายช่วง
ศิลปะสร้างสรรค์40 นาที รวมกับเล่นตามมุม56 จาก 89 วันภาพใหญ่ให้ระบาย ฉีกปะ หรือพิมพ์ภาพ
เล่นตามมุมหรือเสรีอยู่ใน 40 นาทีข้างบนไม่มีไม่จำเป็น ถ้ามีให้เป็นทางเลือก
เล่นกลางแจ้งแผนไม่ระบุนาทีไม่มีไม่ใช้
เกมการศึกษา15 นาทีไม่มีใบจับคู่หรือใบจำแนกหลังเกมจริง

ท้ายเสริมประสบการณ์ หลักสูตรกำหนดว่ากิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ไม่ควรต่อเนื่องเกิน 20 นาที ใบงานจึงควรเป็นช่วงสั้น ๆ ท้ายกิจกรรม หลังเด็กได้ฟัง ดู หรือทดลองแล้ว ตัวอย่างคือวันแรกของหน่วยน้ำในแผน อ.3 ซึ่งอธิบายการเกิดน้ำเป็นสี่ขั้น ตั้งแต่น้ำระเหยจนน้ำฝนไหลกลับสู่แหล่งน้ำ ใบเรียงลำดับวัฏจักรน้ำ 4 ภาพจึงใช้ปิดท้ายวันนั้นได้พอดี

ศิลปะสร้างสรรค์ ตารางสอนปีที่แล้วให้เตรียมภาพโครงร่างหลายครั้ง เช่น หยดน้ำ โทรศัพท์มือถือ และเสื้อกันหนาวของ อ.1 ไข่ขนาดใหญ่และผักของ อ.3 คู่กับกระดาษสี กาว หรือก้านกล้วยสำหรับพิมพ์ภาพ ใบระบายสีภาพใหญ่เส้นหนาใช้แทนภาพโครงร่างได้ เช่น ระบายสีหยดน้ำ และระบายสีเสื้อกันหนาว แผนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเตรียมงานศิลปะไว้สองอย่าง บางวันสามอย่าง ให้เด็กเลือกตามความสนใจ ใบระบายสีจึงควรเป็นทางเลือกหนึ่งข้างงานปั้นหรือฉีกปะ

เกมการศึกษา แผนทั้งสองสายใช้เกมจริงในช่วงนี้ คำแนะนำของเราคือให้เด็กเล่นเกมกับเพื่อนก่อน แล้วค่อยใช้ใบจับคู่ภาพกับเงาหรือใบจำแนกเป็นงานรายคนท้ายช่วงหรือวันถัดไป ครูจะเห็นว่าใครทำได้เองโดยไม่ต้องดูเพื่อน ถ้าไม่มีเกมสำเร็จรูป ใช้ใบงานแทนได้ แต่ให้เด็กชี้และบอกเหตุผลด้วยปากเปล่าก่อน

เคลื่อนไหว กลางแจ้ง และเล่นตามมุม ใบงานใช้แทนไม่ได้ หลักสูตรให้เวลาเล่นเสรี เช่น เล่นตามมุมหรือกลางแจ้ง ราว 40–60 นาที และให้กิจกรรมสมดุล ทั้งในห้องและนอกห้อง กล้ามเนื้อใหญ่และเล็ก รายคนและกลุ่ม ที่เด็กริเริ่มและที่ครูริเริ่ม ใบงานเป็นงานรายคนที่นั่งนิ่งและใช้กล้ามเนื้อเล็ก จึงควรเป็นส่วนน้อยของวัน

เรื่องเวลา หลักสูตร 2568 ให้ช่วงความสนใจไว้ว่า เด็กอายุ 3–4 ปี ราว 8–12 นาที 4–5 ปี ราว 12–15 นาที และ 5–6 ปี ราว 15–20 นาที ใบงานของ อ.1 จึงควรจบได้ในราว 10 นาที คำแนะนำของเราคือวันละใบต่อเด็กหนึ่งคนก็พอ

อ.1 อ.2 อ.3 ทำอะไรได้ในแต่ละกิจกรรม

หลักสูตร 2568 เขียนความสามารถเมื่อจบชั้นปีไว้แยกตามชั้น และย้ำให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ตารางนี้จัดข้อที่เกี่ยวกับใบงานตามช่วงกิจกรรม ทุกข้อเป็นเป้าเมื่อจบปี เด็กในเทอม 2 จึงกำลังไปถึงเป้า ไม่ใช่ต้องทำได้ครบแล้ว

ช่วงกิจกรรมทักษะอ.1อ.2อ.3
เสริมประสบการณ์เล่าเรื่องเล่าด้วยประโยคสั้น ๆเล่าเป็นประโยคต่อเนื่องเล่าต่อเนื่องตามลำดับและตอบคำถาม
เสริมประสบการณ์หาคำตอบสังเกต สำรวจ ตั้งคำถามเพิ่มการนำเสนอสิ่งที่พบเพิ่มการวางแผนและเก็บข้อมูล
ศิลปะสร้างสรรค์ใช้กรรไกรตัดกระดาษให้ขาดด้วยมือเดียวตัดตามแนวเส้นตรงตัดตามแนวเส้นโค้ง
ศิลปะสร้างสรรค์เขียนรูปวงกลมตามแบบสี่เหลี่ยมที่มีมุมชัดเจนสามเหลี่ยมที่มีมุมชัดเจน
ศิลปะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อความคิดและความรู้สึกของตนเองเพิ่มการดัดแปลงหรือรายละเอียดดัดแปลงและเพิ่มรายละเอียด
เกมการศึกษาจำแนกจับคู่ เปรียบเทียบ คัดแยกตามลักษณะหรือหน้าที่จำแนกตามเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเองจำแนกตามเกณฑ์ที่กำหนดให้หรือตั้งขึ้นเอง
เกมการศึกษาเรียงลำดับอย่างน้อย 3 ลำดับอย่างน้อย 4 ลำดับอย่างน้อย 5 ลำดับ
เกมการศึกษาจำนวนนับปากเปล่า 1–10 บอกและแสดงจำนวน 1–3นับ 1–20 แสดงจำนวน 1–5นับ 1–30 แสดงจำนวน 1–10
เล่นตามมุมอ่านและเขียนอ่านภาพและพูดด้วยภาษาของตน เขียนคล้ายตัวอักษรชี้คำที่มีความหมายกับตัวเด็ก เขียนตัวอักษรที่รู้จักชี้ตัวแรกและตัวสุดท้ายของคำ เขียนชื่อตัวเองตามแบบ
ทุกช่วงกำกับตนเองทำตามกิจวัตรจนสำเร็จวางแผนแล้วทำจนสำเร็จตั้งเป้าหมาย วางแผน และมุ่งมั่นทำจนสำเร็จ
เคลื่อนไหวและกลางแจ้งกล้ามเนื้อใหญ่กระโดดสองขาอยู่กับที่ วิ่งแล้วหยุดได้กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าต่อเนื่องก้าวกระโดดต่อเนื่อง รับลูกบอลที่กระดอนจากพื้น

ตารางนี้บอกวิธีใช้ใบงานได้หลายข้อ ใบเรียงลำดับของ อ.3 ไม่ควรจบแค่เขียนเลขใต้ภาพ เพราะเป้าคือเล่าเรื่องตามลำดับและตอบคำถาม ใบจำแนกของ อ.2 ควรเริ่มจากให้เด็กเสนอวิธีแบ่งกลุ่มเอง เพราะเป้าคือจำแนกตามเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเอง ส่วนคำให้ลากเส้นตามใต้ภาพของ อ.1 เป็นของแถม ไม่ต้องบังคับให้ครบ เพราะเป้าการเขียนของ อ.1 ยังเป็นการเขียนคล้ายตัวอักษร

แถวกำกับตนเองใช้ได้กับทุกใบ อ.1 ทำจนจบและเก็บของเข้าที่ก็ถึงเป้าแล้ว อ.2 ให้เลือกเองว่าจะทำส่วนไหนก่อน ส่วน อ.3 ลองให้ตั้งเป้าก่อนเริ่ม เช่น วันนี้จะตัดให้ครบทุกช่อง แล้วกลับมาดูกันตอนท้าย

ใบเดียว ปรับให้ใช้ได้สามชั้น

โรงเรียนเล็กที่ครูคนเดียวสอนหลายชั้น หรือบ้านเรียนที่มีลูกต่างวัย มักอยากใช้เรื่องเดียวกันกับทุกคน เครื่องมือสร้างใบงานของ SheetKub ปรับความยากของใบเดิมได้จากตัวเลือกในหน้าสร้าง ตารางนี้เป็นคำแนะนำของเราว่าแต่ละชั้นควรตั้งค่าแบบไหน โดยยึดเป้ารายชั้นด้านบน

ใบงานอ.1อ.2อ.3
จำแนกกลุ่มลากเส้นโยงภาพ แสดงชื่อใต้ภาพ ครูอ่านชื่อกลุ่มให้ฟังตัดภาพไปแปะในกรอบ ให้เด็กเสนอเกณฑ์ก่อนแจกตัดแปะ แล้วบอกเหตุผลว่าทำไมภาพอยู่กลุ่มนั้น
เรียงลำดับภาพ3 ภาพ4 ภาพ5 ภาพ แล้วเล่าเรื่องตามลำดับ
จับคู่ภาพกับเงาพิมพ์ชื่อใต้ภาพไม่มีชื่อไม่มีชื่อ แล้วบอกว่าดูจากส่วนไหนของเงา
นับจำนวนตั้งช่วง 1–3ตั้งช่วง 1–5ตั้งช่วง 1–10
ระบายสีภาพภาพเดี่ยวช่องกว้าง ไม่ต้องลากชื่อมีภาพสีตัวอย่างให้ระบายตามแบบวาดฉากหรือรายละเอียดเพิ่มเอง แล้วเขียนชื่อตัวเอง
ลากเส้น และคัดลายมือเส้นพื้นฐานที่มีจุดเริ่มและลูกศรตัวอักษรที่รู้จักหรือชื่อตัวเองคัดทั้งคำ

ตัวอย่างที่ใช้ได้ทันทีคือใบเรียงลำดับกิจวัตรของหน่วยกลางวัน กลางคืน ซึ่งมีแบบ 4 ภาพสำหรับ อ.2 และแบบ 5 ภาพสำหรับ อ.3 ถ้าห้องมี อ.1 ด้วย ให้เรียงแค่ 3 ภาพแรกของใบ 4 ภาพก่อน แล้วค่อยเพิ่มภาพที่ 4 เมื่อทำได้คล่อง

อีกวิธีคือให้เด็กโตช่วยเด็กเล็ก เช่น ให้ อ.3 อ่านชื่อกลุ่มในใบจำแนกให้น้อง อ.1 ฟัง ซึ่งตรงกับเป้าของ อ.3 เองที่ให้ทำงานแบบร่วมมือกับผู้อื่นอย่างมีเป้าหมาย และช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่น

สีเทียน กรรไกร กาว ไล่ขั้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก

หลักสูตร 2568 ระบุประสบการณ์สำคัญด้านการใช้มือกับตาไว้ ตั้งแต่การเล่นบล็อก การเขียนภาพและการเล่นกับสี การปั้น การประดิษฐ์ด้วยเศษวัสดุ ไปจนถึงการใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ ใบงานแตะได้แค่บางข้อ ที่เหลือต้องมาจากของจริง คู่มือ DSPM ใช้ทักษะต่อไปนี้เฝ้าระวังกล้ามเนื้อมัดเล็กตามอายุเป็นเดือน ช่วยให้รู้ว่าควรฝึกอะไรก่อนหลัง

อายุ (เดือน)ทักษะที่คู่มือ DSPM ใช้เฝ้าระวังใบงานที่ไปด้วยกัน
31–36เลียนแบบลากเส้นเป็นวงต่อเนื่อง และเลียนแบบวาดรูปวงกลมลากเส้นพื้นฐาน เส้นวน
42เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ แยกรูปทรงเรขาคณิตได้ 3 แบบลากเส้นวงกลม ระบายสีภาพช่องใหญ่
43–48ตัดกระดาษสี่เหลี่ยมขนาด 10 ซม. ออกเป็น 2 ชิ้น ด้วยกรรไกรปลายมนตัดแถบกระดาษ ตัดแปะช่องใหญ่
49–54จับดินสอได้ถูกต้อง และประกอบภาพที่ตัดเป็น 8 ชิ้นได้ลากเส้นตามรอยประ ภาพตัดต่อ
60ลอกรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ และวาดรูปคนได้ 6 ส่วนลากเส้นต่อจุดรูปสี่เหลี่ยม วาดเติมภาพ
61–66ตัดกระดาษตามเส้นตรงต่อเนื่องยาว 15 ซม.ตัดแปะตามรอยเส้นประ
67–72ลอกรูปสามเหลี่ยมได้ลากเส้นต่อจุดรูปสามเหลี่ยม
73–78เขียนชื่อตนเองได้ถูกต้องฝึกเขียนชื่อ คัดคำ

เทียบกับอายุในหลักสูตร (อ.1 อายุ 3–4 ปี อ.2 4–5 ปี อ.3 5–6 ปี) การตัดกระดาษเป็นสองชิ้นอยู่ในช่วงวัยของ อ.1 และการตัดตามเส้นตรงยาวต่อเนื่องอยู่ในช่วงวัยของ อ.3 แต่เด็กห้องเดียวกันอายุห่างกันได้เกือบปี จึงควรคิดอายุของแต่ละคนเป็นเดือนก่อนเทียบ ตามวิธีในคู่มือ DSPM

สีเทียนและดินสอ คู่มือ DSPM ถือว่าจับดินสอถูกต้องเมื่อจับสูงกว่าปลายราว 1–2 ซม. และดินสออยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ทักษะนี้อยู่ในช่วงอายุ 49–54 เดือน เด็ก อ.1 ส่วนหนึ่งจึงยังกำสีทั้งมือ คำแนะนำของเราคือให้ อ.1 ใช้สีเทียนแท่งใหญ่กับภาพช่องกว้าง และยังไม่ต้องเน้นระบายให้อยู่ในเส้น

กรรไกร คู่มือ DSPM ให้ฝึกใช้กรรไกรมือเดียวโดยสอดนิ้วให้ถูก ตัดกระดาษขนาด 5 ซม. ก่อนขยับเป็น 10 ซม. ใช้กรรไกรปลายมนสำหรับเด็ก และตัดเส้นตรงให้คล่องก่อนตัดเป็นรูปต่าง ๆ ใบตัดแปะของ SheetKub ตัดตามรอยเส้นประเป็นช่องสี่เหลี่ยม จึงเหมาะกับ อ.2 ที่มีเป้าตัดตามแนวเส้นตรง ถ้า อ.1 ยังตัดไม่คล่อง ให้ครูตัดภาพไว้ก่อนแล้วให้เด็กเลือกแปะเอง

กาวและการฉีกปะ คู่มือ DSPM นับการทากาวเป็นงานฝึกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ และแนะนำอุปกรณ์ศิลปะหลายแบบ เช่น สีเทียน พู่กัน สีไม้ และสีเมจิกแบบไร้สารพิษ การฉีกกระดาษปะลงบนภาพโครงร่างจึงฝึกทั้งการฉีกและการทากาวในงานเดียว คำแนะนำของเราคือให้เด็กเล็กแตะกาวทีละจุดแล้วค่อยวางกระดาษ จะทาเกินขอบน้อยลง

ถ้าเด็กยังทำทักษะของช่วงวัยไม่ได้ คู่มือ DSPM ให้ฝึกข้อนั้นบ่อย ๆ แล้วประเมินซ้ำในราว 1 เดือน ถ้ายังไม่ได้จึงแนะนำผู้ปกครองให้พาไปตรวจเพิ่มเติม ใบงานช่วยให้เห็นสัญญาณได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือตัดสินพัฒนาการ

สังเกตและบันทึกระหว่างเด็กทำใบงาน

หลักสูตร 2568 ให้ประเมินเด็กอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติ ด้วยการสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์ผลงานที่เก็บอย่างเป็นระบบ หลักการที่ตรงกับใบงานคือ ประเมินรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอตลอดปี ประเมินตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวัน ไม่ควรใช้แบบทดสอบ และให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม

ช่วงที่เด็กทำใบงานคือเวลาที่ครูเดินดูเด็กทีละคนได้ง่ายที่สุด และกระดาษที่เสร็จแล้วบอกได้ไม่หมด สิ่งที่ควรดูระหว่างเด็กทำมีดังนี้

  • ใบระบายสีและใบลากเส้น ดูการจับสีหรือดินสอเทียบกับเกณฑ์ของคู่มือ DSPM ดูว่ามืออีกข้างจับกระดาษไว้หรือไม่ และสำหรับ อ.2–อ.3 ดูว่าลากจากซ้ายไปขวาหรือเปล่า เพราะเป้าการเขียนของสองชั้นนี้ระบุทิศทางจากซ้ายไปขวาไว้
  • ใบตัดแปะ ดูว่าตัดกระดาษขาด ตัดตามเส้นตรง หรือเริ่มตัดเส้นโค้งได้ ตรงกับเป้าของแต่ละชั้น และดูว่าถือกรรไกรด้วยมือข้างที่ถนัดและถือกระดาษด้วยมืออีกข้างหรือไม่
  • ใบจำแนก ถามว่า “ทำไมภาพนี้อยู่กลุ่มนี้” คู่มือ DSPM ก็แนะนำให้ถามเหตุผลในการจัดหมวดหมู่ คำตอบบอกเกณฑ์ที่เด็กใช้ ซึ่งสำคัญกว่าการโยงเส้นถูกทุกเส้น
  • ใบเรียงลำดับ นับว่าเรียงได้กี่ลำดับ แล้วให้เล่าเรื่องจากภาพ
  • ใบนับจำนวน ดูว่าเด็กชี้ทีละชิ้นขณะนับหรือไม่ หลักสูตรแยกการจับคู่ของสองกลุ่มแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับการนับแล้วบอกจำนวนเป็นประสบการณ์คนละข้อ เด็กที่นับปากเปล่าได้ถึง 10 อาจยังชี้ไม่ตรงกับที่นับ
  • ทุกใบ ดูว่าทำจนจบ และเก็บของเข้าที่เองหรือไม่ ซึ่งอยู่ในเป้าการกำกับตนเองและการมีวินัยในตนเอง

วิธีบันทึกที่เราแนะนำสำหรับครูที่มีเวลาน้อย มีดังนี้

  1. แต่ละวันเลือกสังเกตเด็กให้ละเอียดสัก 4–5 คน หมุนจนครบห้อง เด็กทุกคนจะถูกสังเกตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  2. จดสั้น ๆ หลังใบงานของเด็กคนนั้นพร้อมวันที่ เช่น “ตัดตามเส้นตรงได้ครบ มือซ้ายจับกระดาษเอง” หรือ “แยกสัตว์ตามที่อยู่ บอกเหตุผลได้เอง”
  3. เขียนสิ่งที่เห็น ไม่ใช่คะแนน บันทึกเหล่านี้จะกลายเป็นหลักฐานในแฟ้มของเด็ก ตามหัวข้อสุดท้าย
  4. แบบบันทึกที่พิมพ์ใช้ทั้งเทอมทำได้ในเครื่องมือสร้างตารางกิจวัตร แบบเช็คลิสต์ โดยพิมพ์ทักษะที่จะสังเกตเป็นรายการ

เตรียมใบงานทั้งหน่วยไว้ล่วงหน้า

ในตารางปีที่แล้ว หน่วยหนึ่งยาว 4–5 วันเรียน และหน่วยต่อกันแทบไม่มีช่วงว่าง ถ้าเตรียมใบงานวันต่อวัน ครูจะหมดเวลาไปกับการหาและพิมพ์ คำแนะนำของเราคือเตรียมทีละหน่วยล่วงหน้าราวหนึ่งสัปดาห์ ตามลำดับนี้

  1. เปิดแผนของแต่ละวันก่อน ดูว่าต้องเตรียมสื่ออะไร ตารางสอนปีที่แล้วแยกรายการนี้ไว้เป็นวัน
  2. เลือกไม่เกินวันละใบต่อเด็กหนึ่งคน และให้แต่ละวันเป็นใบคนละแบบ เช่น วันหนึ่งระบายสี อีกวันเรียงลำดับ เด็กจะได้ใช้ทักษะต่างกัน ตรงกับหลักการจัดกิจกรรมให้สมดุลของหลักสูตร
  3. ตั้งค่าในเครื่องมือสร้างใบงานครั้งเดียวต่อชั้น แล้วกด “บันทึกใบงานนี้” ตั้งชื่อให้หาง่าย เช่น “หน่วยน้ำ อ.2 วันที่ 3” ใบที่บันทึกจะรวมอยู่ที่ใบงานที่บันทึกไว้ เปิดแก้หรือพิมพ์ซ้ำได้ ข้อมูลเก็บในเบราว์เซอร์ของเครื่องนั้นเท่านั้น ไม่ต้องสมัครสมาชิก
  4. ส่งให้เพื่อนครูด้วย “คัดลอกลิงก์” ลิงก์จะเปิดใบงานที่ตั้งค่าไว้แบบเดียวกัน ครูชั้นเดียวกันจึงไม่ต้องตั้งใหม่ ลิงก์นี้ไม่รวมชื่อนักเรียน และใช้เปิดใบเดิมจากเครื่องอื่นได้ด้วย
  5. พิมพ์สีเฉพาะใบที่ต้องดูสี ใบที่มีภาพสีตัวอย่างให้ระบายตามแบบควรพิมพ์สี ใบอื่นพิมพ์ขาวดำได้ และเผื่อไว้สองสามแผ่นสำหรับเด็กที่อยากเริ่มใหม่

ถ้าหน่วยนั้นมีใบงานสำเร็จรูปแล้ว ไม่ต้องสร้างใหม่ ดูหน่วยที่มีหน้ารวมใบงานได้จากรายชื่อหน่วยภาคเรียนที่ 2 แต่ละหน้าแยกไว้ว่าใบไหนเหมาะกับ อ.1 อ.2 หรือ อ.3

ลอยกระทงปีนี้อาจมาหลังหน่วยน้ำราวสามสัปดาห์

หลักสูตร 2568 ให้จัดประสบการณ์ตามเหตุการณ์จริงที่เด็กเจอด้วย ไม่ใช่แค่ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ปีนี้มีเรื่องหนึ่งที่ควรปรับ ปีที่แล้ววันลอยกระทงตรงกับวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 อยู่ในสัปดาห์ของหน่วยน้ำพอดี และตารางสอนก็มีกิจกรรมลอยกระทงอยู่ในหน่วยน้ำของทุกชั้น ปีนี้วันลอยกระทงตรงกับวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569 และไม่ใช่วันหยุดราชการ ถ้าโรงเรียนสอนหน่วยน้ำต้นเดือนเหมือนเดิม วันประเพณีทางน้ำจะมาก่อนวันจริงราวสามสัปดาห์ ทางเลือกที่ทำได้มีดังนี้

  • สอนหน่วยน้ำตามเดิม แล้วจัดกิจกรรมลอยกระทงแยกในสัปดาห์ 16–20 พฤศจิกายน หรือในวันที่ 23–24 พฤศจิกายน
  • เลื่อนหน่วยน้ำไปไว้สัปดาห์ก่อนวันลอยกระทง แล้วสอนหน่วยที่ไม่ผูกกับวันจริงก่อน
  • ถ้าวันลอยกระทงตรงกับหน่วยเศรษฐกิจพอเพียง ให้ทำกระทงห้องละใบจากหยวกกล้วยและใบตอง ซึ่งเข้ากับเรื่องพอประมาณและประหยัดของหน่วยนั้นพอดี

ใบงานและแผนหน่วยลอยกระทง 5 วันอยู่ในใบงานลอยกระทง

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ใบงานกับเด็กเล็ก

ใช้หลายใบต่อวัน ใบงานสามใบติดกันยาวเกินช่วงความสนใจของเด็กทุกชั้นที่หลักสูตรระบุไว้ ถ้าเห็นเด็กเริ่มระบายลวก ๆ ให้จบเร็ว ให้หยุดแล้วทำต่อวันอื่น

ใช้ใบงานเป็นข้อสอบ การให้คะแนนใบงาน หรือแปะดาวเฉพาะคนที่ทำถูกทุกข้อ ทำให้ใบงานกลายเป็นข้อสอบโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่หลักสูตรระบุว่าไม่ควรใช้แบบทดสอบ

ทำใบงานแทนของจริง ระบายสีภาพกระทงไม่ได้แทนการพับใบตองจริง และโยงเส้นภาพของจมหรือลอยไม่ได้แทนการหย่อนของลงกะละมัง ใบงานควรมาหลังของจริงเสมอ

ให้ลอกแทนให้คิด เป้าศิลปะในหลักสูตรคือการสื่อความคิดและความรู้สึกของตนเอง ไม่มีข้อไหนพูดถึงการระบายให้อยู่ในเส้นหรือการลอกให้เหมือนตัวอย่าง ใบระบายสีตามแบบใช้ฝึกสังเกตได้ แต่ควรมีงานที่เด็กวาดหรือออกแบบเองด้วย

ให้ อ.1 คัดคำทั้งคำ เป้าการเขียนของ อ.1 คือเขียนคล้ายตัวอักษรเป็นรูปร่างที่คิดเอง ส่วนการเขียนชื่อตนเองได้ถูกต้องอยู่ในช่วงอายุ 73–78 เดือนของคู่มือ DSPM ใบคัดคำทั้งคำจึงเหมาะกับ อ.3 มากกว่า อ.1 เริ่มจากใบลากเส้นพื้นฐาน 13 เส้นก่อน

ให้ทุกคนทำใบเดียวกันในเวลาเดียวกัน หลักสูตรให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลตั้งแต่หลักการข้อแรก เด็กที่เสร็จก่อนควรมีงานต่อที่เลือกเองได้ เช่น วาดเติมภาพหรือไปเล่นตามมุม ส่วนเด็กที่ยังไม่พร้อมใช้ใบที่ง่ายกว่าได้โดยไม่ต้องบอกว่าเป็นใบของน้อง

ฝึกใบงานหนัก ๆ เพื่อสอบเข้า ป.1 หลักสูตร 2568 อ้าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 8 ว่าการจัดการเรียนรู้ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อม และต้องไม่มุ่งเน้นการสอบแข่งขัน สิ่งที่หลักสูตรให้เตรียมก่อนขึ้น ป.1 อยู่ในหัวข้อสุดท้าย และไม่ใช่การเพิ่มแบบฝึกหัด

ถ้าสอนลูกที่บ้าน

พ่อแม่ที่ทำบ้านเรียนมีสิ่งที่ห้องเรียนไม่มี คือเวลาและของจริง หลักสูตร 2568 ให้ยืดหยุ่นเนื้อหาตามประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมจริงของเด็ก บ้านเรียนจึงไม่ต้องตามลำดับหน่วยของโรงเรียน เรื่องที่ผูกกับเวลาจริงควรเรียนให้ตรงเวลา เช่น เรื่องน้ำในสัปดาห์ลอยกระทง และเรื่องฤดูหนาวช่วงที่เช้าอากาศเย็นจริง

คู่มือ DSPM ทำมาให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็กใช้ร่วมกัน พ่อแม่จึงใช้ตารางทักษะในหัวข้อกล้ามเนื้อมัดเล็กเทียบกับอายุของลูกได้เอง งานบ้านที่คู่มือแนะนำ เช่น เด็ดผัก ใช้ไม้หนีบ ใช้ตะเกียบ ทากาว จัดโต๊ะอาหาร ผูกเชือกรองเท้า และกลัดกระดุม ฝึกมือได้ดีไม่แพ้ใบงาน คำแนะนำของเราคือใช้ใบงานวันละใบ แล้วให้เวลาที่เหลือเป็นงานจริงแบบนี้

หลักสูตรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมิน ในบ้านเรียนพ่อแม่จึงเป็นผู้ประเมินหลัก การจดสิ่งที่เห็นไว้หลังใบงานช่วยได้มากตอนรวบรวมผลงาน เครื่องมือสำหรับบ้านเรียนอยู่ที่หน้าบ้านเรียน เรื่องการเริ่มต้นและฐานกฎหมายอ่านได้ที่โฮมสคูลได้ผลจริงไหม งานวิจัยบอกอะไร และกิจกรรมที่ไม่ต้องพิมพ์อยู่ในกิจกรรมเด็ก 3-6 ขวบ ที่ทำที่บ้านได้

เก็บใบงานเป็นผลงาน และส่งต่อเมื่อขึ้น ป.1

หลักสูตร 2568 ให้ครูจัดทำสารนิทัศน์ คือรวบรวมข้อมูลความสามารถและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล แล้วนำมาไตร่ตรองเพื่อพัฒนาเด็กต่อ หลักฐานที่เก็บต้องบอกได้ว่าเด็กได้ประสบการณ์อะไรและก้าวหน้าเพียงใด ใบงานที่มีวันที่และบันทึกสั้น ๆ จึงมีค่ามากกว่าใบงานที่มีแต่คะแนน

  • ให้เด็กเล่าว่าทำอะไร แล้วจดคำพูดของเด็กไว้ใต้ภาพ แผนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ให้เด็กนำผลงานมาบอกชื่อและเล่าเรื่องให้ครูจดบันทึก
  • เก็บใบแบบเดียวกันจากต้นเทอมกับท้ายเทอมไว้เทียบกัน เช่น ใบตัดแปะเดือนพฤศจิกายนกับเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นการใช้กรรไกรที่ดีขึ้นชัดกว่าดูทีละใบ
  • ไม่ต้องเก็บทุกใบ คำแนะนำของเราคือเลือกเดือนละ 2–3 ชิ้นที่บอกพัฒนาการได้ชัด แล้วติดบันทึกการสังเกตไว้ด้วยกัน

สำหรับ อ.3 เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษ หลักสูตรให้ครูปฐมวัยเก็บข้อมูลพัฒนาการและความสามารถของเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อให้ครู ป.1 ใช้ช่วยเด็กปรับตัว และให้เด็กได้รู้จักครู ป.1 กับห้องเรียนใหม่ก่อนขึ้นชั้น เทอม 2 จึงเป็นช่วงเตรียมข้อมูลนี้ ในตารางสอนปีที่แล้ว เดือนมีนาคมไม่มีหน่วยใหม่ มีแต่หน่วยที่นำกลับมาสอนซ้ำ ช่วงนั้นเหมาะกับการคัดผลงานลงแฟ้ม ใช้แฟ้มสะสมงานการเรียนรู้ระดับอนุบาลที่พิมพ์ได้ทันที หรือทำแฟ้มของห้องเองด้วยเครื่องมือสร้างแฟ้มสะสมงาน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใบงานแต่ละแบบฝึกทักษะอะไร อ่านต่อได้ที่ใบงานแต่ละแบบ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัย

อ้างอิง

ทุกข้อความที่อ้างงานวิจัยในบทความนี้มาจากแหล่งด้านล่าง ตรวจสอบต้นทางได้

  1. [1] สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (2568). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี สำหรับโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ ปีการศึกษา 2568 — หัวข้อ 1 หลักการและเหตุผล, 7 ความสามารถผู้เรียนเมื่อจบชั้นปี, 9 สาระการเรียนรู้, 10 การจัดประสบการณ์, 11 การประเมินความสามารถผู้เรียน และ 14 รอยเชื่อมต่อกับ ป.1. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.. ดูต้นฉบับ
  2. [2] มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (2568). กำหนดการเรียนรู้รายชั่วโมง (ฉบับเผยแพร่ออกอากาศ) ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 1, 2 และ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568. มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม. ดูต้นฉบับ
  3. [3] มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (2568). แผนการจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 และชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 — แผนรายวัน. มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม. ดูต้นฉบับ
  4. [4] กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อายุ 5–6 ปี ภาคเรียนที่ 1). กองส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.
  5. [5] สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) — ทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กช่วงอายุ 31–78 เดือน และแนวทางการประเมินซ้ำ. กระทรวงสาธารณสุข, มิถุนายน 2566. ดูต้นฉบับ
  6. [6] ไทยพีบีเอส (2569). ปฏิทินพฤศจิกายน 2569 วันหยุดเป็นศูนย์ ลอยความเหนื่อยล้าไปกับกระทง. Thai PBS, 22 ตุลาคม 2569. ดูต้นฉบับ
  7. [7] ไทยรัฐออนไลน์ (2568). ลอยกระทงออนไลน์ 2568 ลอยคนเดียว ลอยคู่กับแฟน รักษ์โลก สืบสานประเพณีไทย. ไทยรัฐ, 5 พฤศจิกายน 2568. ดูต้นฉบับ
พ่อแม่นั่งทำกิจกรรมกับลูกวัยอนุบาลที่โต๊ะในบ้าน บนโต๊ะมีแป้งโดว์ ไม้หนีบผ้า ถุงเท้า ถ้วยตวงข้าว ดินสอสี และใบงานลากเส้นที่พิมพ์แล้ว

กิจกรรมเด็ก 3-6 ขวบ เสริมพัฒนาการ ทำที่บ้านได้ฟรี

เลือกวันละ 3 อย่าง หนึ่งอย่างใช้มือ หนึ่งอย่างขยับตัว หนึ่งอย่างเป็นนิทาน รวมกิจกรรมเด็ก 3-6 ขวบ ที่ทำที่บ้านได้ฟรีด้วยของที่มีอยู่แล้ว พร้อมตารางเทียบตามวัยและตารางหนึ่งสัปดาห์ที่ใช้ซ้ำได้

23 กันยายน 2569 · อ่าน 23 นาที

การ์ดสรุปใบงานเด็ก 17 แบบของ SheetKub พร้อมตัวอย่างใบคัดพยัญชนะไทย ใบเขาวงกต และแฟลชการ์ดคำศัพท์ผลไม้

ใบงานเด็ก 17 แบบ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับลูก

ใบงานแต่ละแบบฝึกคนละทักษะ บทความนี้เทียบทั้ง 17 แบบให้เห็นชัดว่าแบบไหนเหมาะกับวัยไหน และควรเริ่มจากอะไร

30 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 21 นาที

เด็กกำลังเรียนรู้ที่บ้านพร้อมหนังสือ ดินสอ และลูกโลก หน้าปกบทความโฮมสคูลจากงานวิจัย

โฮมสคูลได้ผลจริงไหม งานวิจัยบอกอะไร และเริ่มต้นบ้านเรียนอย่างไร

โฮมสคูลได้ผลไหม ลูกจะเข้าสังคมได้ไหม ผิดกฎหมายหรือเปล่า บทความนี้ตอบด้วยงานวิจัยจริงจากวารสารวิชาการ พร้อมวิธีเริ่มบ้านเรียนอย่างมีโครงสร้างที่ทำตามได้จริง

26 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 9 นาที