ใบงานหน่วยหิน ดิน ทราย อนุบาล 1–3
ใบงานหน่วยหิน ดิน ทราย อนุบาล 1–3 ระบายสีไส้เดือน ก้อนหิน ปราสาททราย จำแนกดิน หิน ทราย ประโยชน์ของดิน ควรไม่ควร ตัดแปะ เรียงลำดับ เครื่องกรองน้ำ คัดคำ พิมพ์ฟรี
พบ 11 ใบงาน
1 ภาพ ใบงานระบายสีไส้เดือน สัตว์ในดิน
1 ภาพ ใบงานระบายสีก้อนหิน เล็กและใหญ่
4 คู่ ใบงานจับคู่ภาพกับเงา ดิน หิน ทราย
5 ภาพ ใบงานควร ไม่ควร ดูแลดินและหาดทราย
1 ภาพ ใบงานระบายสีปราสาททราย โรยทรายสี
8 ภาพ ใบงานจำแนกภาพ ดิน หิน ทราย
7 ภาพ ใบงานประโยชน์ของดิน หิน ทราย
3 ภาพ ใบงานเรียงลำดับ ทดลองกรองน้ำขุ่น
6 ภาพ ใบงานสิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต
3 ภาพ ใบงานเรียงลำดับ หินกลายเป็นทราย
6 แถว ใบงานคัดคำศัพท์หน่วยหิน ดิน ทราย
ใบงานหน่วยหิน ดิน ทราย อนุบาล 1 2 3 เริ่มใบไหนก่อน
ใบงานหน่วยหิน ดิน ทราย ในหน้านี้ทำมาสำหรับเด็กปฐมวัย แผนการสอนที่ใช้กันมากเรียกหน่วยนี้ว่าหน่วยดิน หิน ทราย และใช้ชื่อเดียวกันทั้งอนุบาล 1 2 และ 3 ส่วนครูหลายโรงเรียนเรียกว่าหน่วยหิน ดิน ทราย แต่สอนเรื่องเดียวกัน คือ ชื่อและลักษณะของดิน หิน ทราย การทำเครื่องกรองน้ำ ประโยชน์ของดิน หิน ทราย สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในดิน และการดูแลรักษา ทุกใบจึงใช้เป็นใบงานดิน หิน ทราย อนุบาล ได้ไม่ว่าโรงเรียนจะเรียงชื่อหน่วยแบบไหน ครูใช้เป็นใบงานหน่วยหิน ดิน ทราย ปฐมวัย ในห้องเรียนได้ และผู้ปกครองก็พิมพ์ให้ลูกทำที่บ้านได้ เปิดแล้วกดพิมพ์ลงกระดาษ A4 หรือบันทึกเป็น PDF ได้ฟรี และแยกให้แล้วว่าใบไหนเหมาะกับอนุบาล 1 อนุบาล 2 หรืออนุบาล 3
ใบที่มีภาพทุกใบใช้ภาพลายเส้นชุดเดียวกัน ไส้เดือนที่เด็กระบายสีในใบแรกกลับมาอีกในใบจับคู่เงา ใบจำแนก และใบตัดแปะ ก้อนหินกลับมาในใบจำแนก ใบตัดแปะ และใบเรียงลำดับหินกลายเป็นทราย ส่วนปราสาททรายกับกำแพงหินอยู่ทั้งในใบจับคู่เงา ใบจำแนก และใบประโยชน์ของดิน หิน ทราย ซึ่งใช้ภาพกองดิน ก้อนหิน และกองทรายจากใบจำแนกเป็นภาพบนกล่องของแต่ละกลุ่มด้วย พอถึงใบที่ยากขึ้น เด็กรู้จักภาพแล้วจึงตั้งใจกับงานใหม่ได้เต็มที่ ความยากเพิ่มขึ้นจากภาพเดี่ยวตัวโตที่มีคำให้ลากเส้นตาม ไปสู่การจำแนก การใช้กรรไกร การเรียงลำดับ และการคัดคำทั้งคำ ทุกภาพในใบจำแนก ใบประโยชน์ และใบควร ไม่ควร เลือกมาให้ตอบได้ทางเดียว และมีชื่อกำกับใต้ภาพ
- อนุบาล 1: ใบงานหิน ดิน ทราย อนุบาล 1 เริ่มจากระบายสีไส้เดือน ภาพไส้เดือนหน้ายิ้มตัวใหญ่ ลำตัวเป็นปล้องให้ระบายทีละปล้อง กับระบายสีก้อนหิน ที่มีหินก้อนโตอยู่กลางภาพและก้อนเล็กวางอยู่ด้านหน้า ใต้ภาพมีคำว่า "ไส้เดือน" และ "ก้อนหิน" ให้ลากเส้นตาม ต่อด้วยจับคู่ภาพกับเงา ดิน หิน ทราย 4 คู่ คือ ไส้เดือน กำแพงหิน ปราสาททราย และพลั่ว มีชื่อใต้ภาพทุกภาพ แล้วปิดท้ายด้วยใบงานควร ไม่ควร ดูแลดินและหาดทราย ให้โยงเส้นภาพ 5 ภาพไปที่กลุ่มหน้ายิ้มหรือหน้าเศร้า กลุ่มควรทำคือ ปลูกต้นไม้ เก็บขยะที่ชายหาด และทิ้งขยะลงถัง กลุ่มไม่ควรทำคือ ทิ้งขยะบนชายหาด และทิ้งขยะลงพื้น ใต้ภาพมีชื่อให้ครูอ่านให้ฟัง ทั้งสี่ใบนี้ใช้กับอนุบาล 2 ได้ด้วย
- อนุบาล 2: ใบงานหิน ดิน ทราย อนุบาล 2 เพิ่มงานศิลปะที่ใช้ทรายจริง การจำแนกที่ยากขึ้น การเรียงลำดับ และการใช้กรรไกร เริ่มที่ระบายสีปราสาททราย ภาพปราสาทที่มีหอคอย 3 ยอด ใช้ระบายสีหรือทากาวโรยทรายสีก็ได้ ต่อด้วยจำแนกภาพ ดิน หิน ทราย 8 ภาพ ให้โยงเส้นกองดิน ไส้เดือน ต้นอ่อน ก้อนหิน กรวด กำแพงหิน กองทราย และปราสาททรายเข้ากลุ่ม มีชื่อใต้ภาพทุกภาพ ถัดมาคือใบงานประโยชน์ของดิน หิน ทราย 7 ภาพ ให้โยงเส้นกระถางต้นไม้ โอ่ง แปลงผัก กำแพงหิน ครกหิน ปราสาททราย และนาฬิกาทราย เข้ากลุ่มตามว่าใช้ประโยชน์จากดิน หิน หรือทราย ส่วนใบงานเรียงลำดับ ทดลองกรองน้ำขุ่น 3 ภาพ เริ่มจากแก้วน้ำขุ่นที่มีดินปน เทผ่านเครื่องกรองน้ำจากขวดพลาสติกที่มีชั้นกรวด ทราย และสำลี จนได้น้ำที่ใสขึ้นแต่ยังห้ามดื่ม ใบสุดท้ายคือใบงานสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต อนุบาล แบบตัดแปะ 6 ภาพ คือ ไส้เดือน ต้นอ่อน ปู ก้อนหิน กองทราย และพลั่ว ถ้าเด็กยังใช้กรรไกรไม่คล่อง ให้ครูตัดภาพไว้ก่อน แล้วให้เด็กเลือกแปะเอง ทั้งห้าใบใช้กับอนุบาล 3 ได้ด้วย
- อนุบาล 3: ใบงานหิน ดิน ทราย อนุบาล 3 เริ่มจากใบของอนุบาล 2 ได้เลย แล้วเพิ่มใบเรียงลำดับที่ยากขึ้นและการคัดคำ เรียงลำดับหินกลายเป็นทราย 3 ภาพ คือ หินก้อนใหญ่ แตกเป็นก้อนเล็ก ๆ และละเอียดเป็นเม็ดทราย ภาพสลับตำแหน่งไว้ ให้เด็กเขียนเลข 1–3 ในช่องใต้ภาพ ใบนี้ตอบคำถามที่เด็กชอบถามว่าทรายเกิดจากอะไร ส่วนคัดคำศัพท์หน่วยหิน ดิน ทราย มี 6 คำ คือ ดิน หิน ทราย กรวด หาดทราย และไส้เดือน คำละ 3 ครั้ง มีเส้นบรรทัดช่วยวางสระและวรรณยุกต์ให้ถูกที่ ใบคัดคำใช้ทบทวนตอนขึ้น ป.1 ได้ด้วย
ใช้คู่กับแผนการสอนหน่วยหิน ดิน ทราย อนุบาล วันไหนใช้ใบไหน
แผนที่ใช้กันมากสอนหน่วยดิน หิน ทราย ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน ภาคเรียนที่ 1 ต่อจากหน่วยต้นไม้ที่รัก และก่อนหน่วยสัตว์ แผนของอนุบาล 1 2 และ 3 เรียงหัวข้อเหมือนกันทั้ง 5 วัน คือ ชื่อและลักษณะของดิน หิน ทราย เครื่องกรองน้ำ ประโยชน์และของใช้ที่ทำจากดิน หิน ทราย สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดิน หิน ทราย และการดูแลรักษาดิน หิน ทราย แต่ละชั้นต่างกันที่กิจกรรมย่อยและเกม ถ้ากำลังเขียนแผนการสอนหน่วยหิน ดิน ทราย อนุบาล ใบในหน้านี้ใส่ได้ทั้งช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เกมการศึกษา และศิลปะสร้างสรรค์ ใบจับคู่เงาและใบจำแนกใช้เป็นเกมการศึกษาของหน่วยหิน ดิน ทราย ได้ทุกวัน
วันชื่อและลักษณะ ครูใส่ดิน หิน และทรายไว้ในกล่องปริศนา ให้เด็กทายก่อนว่าข้างในคืออะไร แล้วสังเกตด้วยประสาทสัมผัส ทั้งดู คลำ ยกดูว่าหนักหรือเบา เขย่าฟังเสียง และดม แต่ไม่ชิม อนุบาล 3 ใช้แว่นขยายส่องให้เห็นชัดขึ้น แล้วจัดกลุ่มดิน หิน ทรายตามเกณฑ์ที่เด็กตั้งเอง ใช้ใบจำแนกภาพ ดิน หิน ทรายต่อจากการจับของจริงได้ทันที เกมการศึกษาของอนุบาล 1 วันนี้เป็นเกมจับคู่ภาพที่เหมือนกันของดิน หิน และทราย ใบงานจับคู่ภาพกับเงา ดิน หิน ทราย ซึ่งมีชื่อใต้ภาพ ใช้ต่อจากเกมนี้ได้ เพราะยากขึ้นอีกขั้น จากภาพที่เหมือนกันเป็นภาพกับเงา ศิลปะของอนุบาล 2 วันนี้เป็นการใช้นิ้ววาดภาพบนทรายในถาด ส่วนใบระบายสีก้อนหินใช้คุยต่อว่าหินแข็งและหนัก และใบคัดคำศัพท์ใช้ทบทวนชื่อ ดิน หิน ทราย สำหรับอนุบาล 3
วันเครื่องกรองน้ำ เด็กเทียบแก้วน้ำใสกับแก้วน้ำขุ่นที่มีดินปน คุยกันว่าจะทำให้น้ำขุ่นใสขึ้นได้อย่างไร แล้วช่วยครูทำเครื่องกรองน้ำอย่างง่ายจากขวดพลาสติก ดูวิธีทำในหัวข้อการทดลองด้านล่าง กรองเสร็จแล้วให้เด็กทำใบเรียงลำดับ ทดลองกรองน้ำขุ่น เรียงภาพตามขั้นที่เพิ่งทำ แล้วอ่านคำใต้ภาพแก้วน้ำใสด้วยกันว่า น้ำใสขึ้น แต่ยังห้ามดื่ม แผนอนุบาล 2 ยังให้เด็กตักดิน หิน และทรายใส่แก้วน้ำ แล้วสังเกตว่าอะไรจม อะไรลอย และน้ำในแก้วไหนขุ่น ต่อกับใบจม ลอย ในใบงานหน่วยน้ำ ซึ่งมีก้อนหินอยู่ในกลุ่มของที่จม ศิลปะของอนุบาล 2 วันนี้เป็นการบีบกาวเป็นเส้นตามภาพแล้วโรยทราย ภาพระบายสีปราสาททรายใช้เป็นโครงร่างให้ทากาวทีละช่องได้พอดี
วันประโยชน์และของใช้ แผนพาเด็กดูว่าเราใช้ดินปลูกพืชและสร้างที่อยู่อาศัย ใช้หินก่อสร้างและทำของใช้อย่างครกกับโม่หิน และใช้ทรายทำนาฬิกาทราย แล้วให้เด็กช่วยกันหาของในห้องเรียนที่ทำจากดิน หิน หรือทราย เกมการศึกษาของอนุบาล 2 ในสัปดาห์นี้มีเกมจัดหมวดหมู่ภาพกับสัญลักษณ์ ที่มีภาพของใช้อย่างครกหินและหม้อดิน ใบจำแนกภาพ ดิน หิน ทราย ใช้ต่อจากเกมนี้ได้ อนุบาล 3 ฟังนิทานลูกหมูสามตัว ชวนคุยต่อได้ว่าบ้านอิฐของหมูตัวที่สามแข็งแรงที่สุด และอิฐก็ทำจากดินเหนียวที่นำไปเผา ภาพกำแพงหินกับปราสาททรายในใบจับคู่เงาและใบจำแนกใช้ชวนคุยต่อได้ว่าอะไรแข็งแรงกว่ากัน ส่วนใบงานประโยชน์ของดิน หิน ทราย ใช้ต่อจากการหาของในห้องเรียนได้เลย เด็กจะเจอครกหินกับนาฬิกาทรายที่เพิ่งคุยกันอีกครั้ง ถ้าเด็กคุ้นกับโอ่งซีเมนต์มากกว่า ให้บอกว่าโอ่งในภาพเป็นโอ่งดินเผา ปั้นจากดินเหนียวแล้วนำไปเผาเหมือนอิฐ ถ้าอยากได้ใบงานประโยชน์ของดิน อนุบาล 1 แบบง่ายกว่า ให้เด็กวาดเฉพาะของที่ใช้ดินลงกระดาษ เช่น ต้นไม้ในกระถาง แปลงผัก และหม้อดิน ศิลปะของอนุบาล 1 และ 2 วันนี้เป็นการกลิ้งก้อนหินที่จุ่มสีไปบนกระดาษ
วันสิ่งมีชีวิตในดิน หิน ทราย เด็กออกไปสำรวจรอบโรงเรียน แผนอนุบาล 1 ให้ใช้ที่พรวนดินช่วยขุด สื่อของอนุบาล 2 มีภาพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดิน คือ ไส้เดือน มด ปลวก ตะขาบ แมงป่อง และหนอน ส่วนอนุบาล 3 สำรวจทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตที่พบในดิน หิน ทราย แล้วบันทึกลงแผ่นชาร์ต ใบตัดแปะสิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิตคือกิจกรรมเดียวกันในรูปใบงาน ส่วนใบระบายสีไส้เดือนใช้เป็นใบงานไส้เดือน อนุบาล 1 สำหรับเด็กเล็กที่ยังใช้กรรไกรไม่ได้ ศิลปะของอนุบาล 1 วันนี้เป็นการบีบกาวน้ำเป็นภาพแล้วโรยทรายสี ภาพไส้เดือนกับภาพก้อนหินมีช่องกว้าง จึงใช้เป็นโครงร่างให้เด็กเล็กทากาวได้ง่าย
วันดูแลรักษา เด็กเทียบภาพหาดทรายที่สะอาดกับหาดทรายที่สกปรก และภูเขาที่สมบูรณ์กับภูเขาหัวโล้นที่ถูกระเบิดเอาหินไปใช้ แล้วคุยว่าเราช่วยดูแลได้อย่างไร เช่น เก็บขยะที่ชายหาด และปลูกต้นไม้ อนุบาล 2 แยกบัตรภาพการทำลายกับการดูแลธรรมชาติ ถ้าอยากได้ใบงานควรไม่ควร อนุบาล ใช้ใบควร ไม่ควร ดูแลดินและหาดทรายต่อจากการแยกบัตรภาพได้ทันที ใบนี้ง่ายพอสำหรับอนุบาล 1 และใช้เป็นใบงานทิ้งขยะ อนุบาล ได้ด้วย ภาพที่ชายหาดสองภาพมีขวดพลาสติกเหมือนกัน และภาพทิ้งกระดาษสองภาพมีกระดาษขยำเหมือนกัน ให้เด็กเทียบว่าเด็กผู้ชายในแต่ละคู่ทำต่างกันอย่างไร แผนสรุปว่าดิน หิน ทรายเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยใช้เวลานานมาก และหมดไปได้ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแลและใช้อย่างประหยัด ใบเรียงลำดับหินกลายเป็นทรายใช้ปิดท้ายวันนี้ได้พอดี เพราะเด็กจะเห็นว่ากว่าหินจะกลายเป็นทรายต้องใช้เวลานานแค่ไหน ศิลปะของอนุบาล 3 เป็นการขยำกระดาษเป็นก้อนหินแล้ววาดต่อเติม ใช้ใบระบายสีก้อนหินเป็นโครงร่างให้ปะกระดาษขยำได้ ส่วนตารางฝึกทิ้งขยะต่อที่บ้าน ทำได้ด้วยเครื่องมือสร้างตารางกิจวัตร เลือกแบบติดตามนิสัย แล้วพิมพ์ข้อที่เด็กทำเองได้ เช่น ทิ้งขยะลงถัง เก็บขยะในสนาม และรดน้ำต้นไม้
ถ้าอยากได้ชุดภาพอื่น ใช้เครื่องมือสร้างใบงานจำแนกกลุ่ม จับคู่ภาพกับเงา เรียงลำดับภาพ และระบายสีภาพ ซึ่งมีภาพกองดิน ก้อนหิน กรวด กองทราย เมล็ดพันธุ์ ต้นอ่อน ไส้เดือน ปู พลั่ว ถัง แว่นขยาย กำแพงหิน และปราสาททรายชุดเดียวกันนี้ให้เลือก ถ้าทำใบจับคู่เงาเอง ให้เลือกกองดิน กรวด กองทราย หรือก้อนหินมาเพียงภาพเดียวต่อใบ เพราะเงาของทั้งสี่ภาพเป็นกองโค้งคล้ายกันจนแยกไม่ออก ส่วนเครื่องมือคัดลายมือพิมพ์คำอื่นได้เอง เช่น ดินเหนียว ก้อนหิน หรือ ปราสาททราย ใบทั้งหมดนี้พิมพ์ไว้เป็นสื่อหน่วยดิน หิน ทราย ในห้องเรียนได้
ถ้ากำลังเตรียมหน่วยถัดไป ดูใบงานหน่วยสัตว์น่ารัก ซึ่งมีปูและสัตว์อื่นจากภาพชุดเดียวกัน ส่วนใบเรียงลำดับการปลูกผักในใบงานเศรษฐกิจพอเพียงใช้คุยต่อว่าดินช่วยให้พืชเติบโต และมีภาพต้นอ่อนภาพเดียวกับในใบจำแนก ดูช่วงที่สอนของทุกหน่วยได้ในรายชื่อหน่วยการเรียนรู้ทั้งปี
ดิน หิน ทราย ต่างกันอย่างไร และมาจากไหน เล่าให้เด็กปฐมวัยเข้าใจ
ดิน หิน และทรายอยู่รอบตัวเด็กทุกวัน ทั้งในสนาม ในกระถางต้นไม้ และริมทะเล วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้เด็กจับของจริงทีละอย่าง แล้วบอกว่ารู้สึกอย่างไร ก่อนสรุปเป็นคำง่าย ๆ แบบนี้
- หิน: แข็งและหนัก กดหรือบีบแล้วไม่เปลี่ยนรูปร่าง มีหลายขนาด ตั้งแต่ก้อนใหญ่ไปจนถึงกรวดก้อนเล็ก และมีหลายสี ก้อนหินที่เด็กเก็บได้ทั่วไปจมน้ำ คนใช้หินก่อกำแพง ทำครก และใช้หินกับทรายผสมปูนสร้างถนนและบ้าน
- ทราย: เป็นเม็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก เมื่อแห้งจะร่วน ไม่เกาะกัน เทแล้วไหลได้ ส่องด้วยแว่นขยายจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นหินชิ้นจิ๋ว ทรายชายหาดบางแห่งมีเศษเปลือกหอยปนอยู่ด้วย เทน้ำลงบนทราย น้ำจะซึมผ่านไปเร็ว แต่ทรายที่หมาด ๆ จะเกาะกันจนก่อเป็นปราสาทได้ คนใช้ทรายผสมปูนสร้างบ้าน และใส่ในนาฬิกาทรายให้ไหลผ่านรูแคบ ๆ บอกเวลา
- ดิน: นุ่มกว่าหิน เป็นผงละเอียดของหินที่ผุพัง ปนกับเศษใบไม้และซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย มีน้ำและอากาศแทรกอยู่ ดินมีหลายสี เช่น น้ำตาล ดำ และแดง ดินมีธาตุอาหารที่พืชใช้ และเก็บน้ำไว้ได้ดีกว่าทราย พืชจึงหยั่งรากและเติบโตในดินได้ดี ดินยังเป็นบ้านของไส้เดือน มด และปลวก ส่วนดินเหนียวเปียกปั้นเป็นรูปได้ คนจึงปั้นดินเหนียวทำโอ่ง หม้อดิน และอิฐ แล้วนำไปเผาให้แข็ง
- มาจากไหน: ดิน หิน และทรายเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หินก้อนใหญ่โดนแดด ฝน น้ำ และลมไปเรื่อย ๆ จนแตกเป็นก้อนเล็กอย่างกรวด และละเอียดลงอีกจนเป็นเม็ดทราย ทรายส่วนใหญ่จึงมาจากหิน ส่วนดินเกิดจากหินที่ผุพังจนละเอียดผสมกับซากพืชซากสัตว์ ทั้งหมดใช้เวลานานมาก นับร้อยนับพันปีขึ้นไป ไม่ได้เกิดภายในวันเดียว
- การดูแลรักษาดิน: บอกเด็กว่าดินที่ถูกฝนชะไปหรือปนเปื้อนขยะกลับมาเหมือนเดิมได้ช้ามาก เราช่วยได้ด้วยการทิ้งขยะลงถัง ไม่ทิ้งขยะลงดิน ลงแม่น้ำ หรือบนชายหาด ปลูกต้นไม้เพราะรากช่วยยึดดินไว้ไม่ให้ฝนชะไป และใช้ของที่ทำจากดิน หิน ทรายอย่างคุ้มค่า
การทดลองดิน หิน ทราย อนุบาล และเครื่องกรองน้ำอย่างง่าย
การทดลองต่อไปนี้ใช้ของหาง่าย ทำในห้องเรียนหรือที่บ้านได้ ให้เด็กทายผลก่อนทุกครั้ง แล้วค่อยลงมือดูของจริง
ความปลอดภัย: ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งหลังจับดินและทราย เพราะในดินมีเชื้อโรคที่มองไม่เห็น ไม่เอาดิน ทราย หรือก้อนหินเข้าปาก และไม่ขว้างหรือโปรยทรายใส่เพื่อน ถ้าทรายเข้าตา ห้ามขยี้ ให้ผู้ใหญ่ช่วยล้างตาด้วยน้ำสะอาด เวลาออกไปสำรวจ ใช้ช้อนพรวนดินแทนมือเปล่า และดูสัตว์ด้วยตาก่อน อย่าจับมด ตะขาบ หรือแมงป่อง เพราะกัดหรือต่อยได้ ไส้เดือนจับได้เบา ๆ ด้วยมือที่เปียก แล้วปล่อยคืนบนดินชื้นตรงที่เจอ ห้ามใช้แว่นขยายส่องดวงอาทิตย์ และห้ามรวมแสงแดดใส่สิ่งของ เพราะทำให้ตาเจ็บและไฟไหม้ได้
- กล่องปริศนา: ใส่ดิน ก้อนหิน และทรายลงในกล่องหรือถุงทึบ ให้เด็กล้วงจับ ยก และเขย่าฟังเสียง แล้วทายว่าเป็นอะไรก่อนเปิดดู จากนั้นส่องเม็ดทรายกับก้อนดินด้วยแว่นขยาย แล้วทำใบจำแนกภาพ ดิน หิน ทราย ต่อ
- ใส่น้ำแล้วดูว่าเกิดอะไร: เทน้ำใส่แก้วใส 3 ใบ ตักดิน ก้อนหิน และทรายใส่แก้วละอย่าง ตอนใส่ดินแห้งลงไปจะเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมา แสดงว่าในดินมีอากาศแทรกอยู่ แล้วคนเบา ๆ ก้อนหินจมทันทีและน้ำยังใส ทรายจมเร็วและน้ำใสขึ้นในไม่ช้า ส่วนแก้วดินขุ่นนานที่สุด และอาจมีเศษใบไม้ลอยขึ้นมา ทิ้งไว้ครึ่งวันแล้วกลับมาดูอีกครั้ง ตะกอนดินจะค่อย ๆ ตกลงก้นแก้ว น้ำจะใสกว่าตอนแรก
- ดินกับทราย อะไรเก็บน้ำได้มากกว่า: เจาะรูก้นแก้วพลาสติก 2 ใบ ใส่ดินปลูกต้นไม้ใบหนึ่ง ใส่ทรายอีกใบในปริมาณเท่ากัน วางแต่ละใบบนแก้วใส แล้วเทน้ำเท่ากันลงไป น้ำไหลผ่านทรายเร็วกว่าและไหลออกมามากกว่า ส่วนดินเก็บน้ำไว้ได้มากกว่า ชวนคุยต่อว่าทำไมเราปลูกต้นไม้ในดิน
- เครื่องกรองน้ำอย่างง่าย: ให้ผู้ใหญ่ตัดก้นขวดพลาสติกใสแล้วติดเทปที่รอยตัดเพราะขอบคม คว่ำขวดลงบนแก้ว อุดปากขวดด้วยสำลี ใส่ทรายเป็นชั้นถัดขึ้นมา และใส่กรวดไว้ชั้นบนสุด เรียงจากเม็ดหยาบด้านบนไปเม็ดละเอียดด้านล่าง ล้างทรายและกรวดก่อนใส่ ผสมดินกับน้ำให้ขุ่น แล้วค่อย ๆ เทลงด้านบน น้ำที่หยดลงแก้วจะใสกว่าเดิม ให้เด็กเทียบกับแก้วน้ำขุ่นที่ยังไม่ได้กรอง แล้วย้ำทุกครั้งว่าน้ำที่กรองแล้วใสขึ้น แต่ยังห้ามดื่ม เพราะเครื่องกรองแบบนี้กรองเชื้อโรคที่มองไม่เห็นออกไม่หมด น้ำที่ดื่มได้ต้องทำให้สะอาดอีกขั้น เช่น ต้มให้เดือด ถ้าต้องการใบงานเครื่องกรองน้ำไว้ทบทวนหลังทดลอง ใช้ใบเรียงลำดับ ทดลองกรองน้ำขุ่นได้ ภาพเครื่องกรองในใบนี้แยกทรายเป็นสองชั้น ทรายหยาบอยู่บน ทรายละเอียดอยู่ล่าง ถ้ามีทรายสองขนาดก็ใส่ตามภาพได้
- ทรายมาจากหิน: ให้ผู้ใหญ่ถูก้อนหินสองก้อนเข้าหากันเหนือกระดาษสีเข้ม จะมีผงละเอียดร่วงลงมา ให้เด็กส่องด้วยแว่นขยาย แล้วบอกว่าในธรรมชาติ แดด ฝน น้ำ และลมทำให้หินแตกและสึกแบบนี้ แต่ช้ากว่ามาก ใช้เวลานานหลายพันปีขึ้นไป จากนั้นทำใบเรียงลำดับหินกลายเป็นทราย
ภาพระบายสีหน่วยหิน ดิน ทราย งานโรยทรายสี และป้ายนิเทศ
ใบระบายสีหน่วยดิน หิน ทราย ในหน้านี้เป็นภาพเดี่ยวตัวโต คือระบายสีไส้เดือน ภาพระบายสีก้อนหิน และระบายสีปราสาททราย ทุกภาพมีคำให้ลากเส้นตามใต้ภาพ ภาพไส้เดือนกับก้อนหินมีช่องกว้าง ระบายง่าย เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนปราสาททรายมีหอคอย ธง ประตูโค้ง และหน้าต่างหลายช่อง จึงเหมาะกับเด็กที่ระบายได้นานขึ้น ถ้าอยากได้ภาพระบายสีหิน ดิน ทราย อนุบาล แบบเต็มหน้า ภาพเด็กก่อปราสาททรายริมทะเลอยู่ในใบงานกลางวันกลางคืน และภาพสวนครัวหลังบ้านเลือกได้ในเครื่องมือระบายสีภาพ
งานศิลปะสร้างสรรค์หน่วยหิน ดิน ทรายต่อไปนี้ทำต่อจากใบระบายสีได้เลย
- ใบงานโรยทรายสี: พิมพ์ภาพปราสาททรายลงกระดาษหนา ทากาวทีละช่อง โรยทรายสีลงไป แล้วเคาะทรายส่วนเกินลงถาดก่อนทำช่องต่อไป สีจะได้ไม่ปนกัน ทำครบแล้ววางไว้ให้กาวแห้ง ทรายสีซื้อแบบสำเร็จได้ หรือทำเองโดยคลุกทรายแห้งกับสีผสมอาหารแล้วตากให้แห้ง ทำบนถาดเพื่อไม่ให้ทรายกระจาย และระวังไม่ให้ทรายเข้าตา
- ก้อนหินกระดาษขยำ: ขยำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษสีเทาเป็นก้อน แปะลงบนภาพก้อนหินทีละก้อน ก้อนใหญ่ใช้กระดาษแผ่นใหญ่ ก้อนเล็กใช้แผ่นเล็ก ได้ฝึกเปรียบเทียบขนาดไปด้วย
- ระบายสีก้อนหินจริง: เก็บก้อนหินผิวเรียบขนาดราวฝ่ามือ ล้างและตากให้แห้ง แล้วระบายด้วยสีโปสเตอร์เป็นหน้ายิ้มหรือรูปสัตว์ ใช้ประดับกระถางต้นไม้ในห้อง
- กลิ้งสีด้วยก้อนหิน: วางกระดาษในกล่องหรือถาดขอบสูง จุ่มก้อนหินกลม ๆ ในสี แล้วเอียงถาดให้หินกลิ้งไปมาเป็นลาย
- ไส้เดือนใต้ดิน: ระบายสีไส้เดือนแล้วตัดออก แปะบนกระดาษสีน้ำตาลที่เป็นดิน วาดอุโมงค์ รากต้นไม้ และมดเพิ่ม หรือปั้นดินน้ำมันเป็นไส้เดือนตัวยาว แล้วใช้ไม้กดเป็นปล้อง
- ป้ายนิเทศหน่วยหิน ดิน ทราย: แบ่งบอร์ดเป็น 3 ช่อง คือ ดิน หิน และทราย ติดตัวอย่างของจริงใส่ถุงซิปใสไว้ในแต่ละช่อง ติดภาพที่เด็กระบายแล้ว และใช้คำจากใบคัดคำศัพท์เป็นป้ายหัวช่อง ด้านล่างของบอร์ดทำเป็นชั้นใต้ดิน ให้ไส้เดือนที่เด็กระบายอาศัยอยู่ข้างในกับรากต้นไม้
คำถามที่เด็กมักถาม และจุดที่มักพลาด
ทรายเกิดจากอะไร: ทรายส่วนใหญ่มาจากหิน หินก้อนใหญ่โดนแดด ฝน น้ำ และลมเป็นเวลานานมาก จนแตกเป็นก้อนเล็ก ๆ อย่างกรวด แล้วแตกละเอียดลงไปอีกจนเป็นเม็ดทราย ใช้เวลานานหลายพันปีขึ้นไป ไม่ได้เกิดภายในวันเดียว ตรงกับลำดับในใบหินกลายเป็นทราย ถ้าเด็กเรียงสลับ ให้ถามว่าภาพไหนก้อนใหญ่ที่สุด แล้วไล่ไปหาภาพที่เล็กที่สุด ส่วนทรายชายหาดบางแห่งยังมีเศษเปลือกหอยและปะการังปนอยู่ด้วย เล่าเพิ่มให้เด็กโตฟังได้
กรวดกับทรายต่างกันอย่างไร: ทั้งสองอย่างเป็นหินชิ้นเล็ก แต่กรวดก้อนใหญ่กว่า หยิบทีละก้อนได้ ส่วนทรายเม็ดเล็กมากจนต้องหยิบทีละกำมือ ในใบจำแนก กรวดจึงอยู่กลุ่มหิน ถ้าเด็กวางกรวดไว้กลุ่มทราย ให้เทียบภาพกรวดกับภาพกองทราย กรวดเห็นเป็นก้อน ๆ ส่วนกองทรายเป็นกองเรียบ
ไส้เดือนกับต้นอ่อนเป็นดินหรือเปล่า: ไม่ใช่ ไส้เดือนเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในดิน และต้นอ่อนเป็นพืชที่งอกขึ้นจากดิน ใบจำแนกถามว่าภาพนี้เกี่ยวกับดิน หิน หรือทราย ไม่ได้ถามว่าทำจากอะไร ทั้งสองภาพจึงอยู่กลุ่มดิน แล้วใช้ใบสิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิตคุยต่อว่าไส้เดือนกับต้นอ่อนมีชีวิต แต่ดินไม่มีชีวิต
ต้นอ่อนเดินไม่ได้ เป็นสิ่งมีชีวิตไหม: เป็น ต้นอ่อนต้องการน้ำ อากาศ และแสงแดด และโตขึ้นเป็นต้นไม้ได้ เหมือนไส้เดือนและปูที่กินอาหาร หายใจ และโตขึ้น พืชไม่ต้องหาอาหารกินเพราะใช้แสงแดดสร้างอาหารเองได้ ส่วนทรายไหลได้และก้อนหินกลิ้งได้ แต่ไม่กินอาหาร ไม่หายใจ และไม่โตขึ้น จึงเป็นสิ่งไม่มีชีวิต การเคลื่อนที่ได้อย่างเดียวจึงบอกไม่ได้ว่ามีชีวิต
ไส้เดือนมีตาไหม: ไส้เดือนไม่มีตา แต่ผิวหนังรับรู้แสงได้ จึงมุดหนีแสงกลับลงไปในดิน ไส้เดือนหายใจทางผิวหนังที่ชื้น ถ้าตัวแห้งหรือโดนแดดนานจะตาย เวลาเจอไส้เดือนบนพื้นปูน ให้ช่วยย้ายไปไว้บนดินชื้น ไส้เดือนชอนไชเป็นรูทำให้น้ำและอากาศลงไปในดินได้ดี ดินจึงร่วนซุยและต้นไม้เติบโตดี
ตัดไส้เดือนเป็นสองท่อนแล้วได้สองตัวไหม: ไม่ได้ ท่อนหางไม่กลายเป็นไส้เดือนตัวใหม่ ถ้าขาดตรงส่วนท้าย ท่อนหัวอาจรอดและงอกหางใหม่ได้ แต่หลายตัวก็ตาย จึงไม่ควรตัดหรือดึงไส้เดือนเล่น
ทำไมก่อปราสาททรายต้องใช้ทรายเปียก: ทรายแห้งเป็นเม็ดเล็ก ๆ ที่ไม่เกาะกัน จึงไหลออกจากมือ พอพรมน้ำให้หมาด น้ำเพียงเล็กน้อยที่แทรกอยู่ระหว่างเม็ดทรายช่วยยึดเม็ดทรายให้เกาะกัน จึงก่อเป็นปราสาทได้ แต่ถ้าราดน้ำมากเกินไป ทรายจะเละและพังลง ลองให้เด็กปั้นทรายแห้ง ทรายหมาด และทรายเปียกโชกเทียบกันในกระบะทราย
หินทุกก้อนจมน้ำไหม: ก้อนหินที่เด็กเก็บได้ทั่วไปจมน้ำ แต่มีหินบางชนิดลอยได้ เช่น หินพัมมิซ ซึ่งเป็นหินจากภูเขาไฟที่มีรูพรุนและมีอากาศอยู่ข้างในมาก ใช้เป็นคำถามชวนคิดต่อสำหรับเด็กโต
จับคู่เงา: เงากำแพงหินเป็นแท่งยาวเตี้ย เงาปราสาททรายมีหอคอยกับธง เงาไส้เดือนเป็นเส้นโค้งไปมา และเงาพลั่วมีด้ามจับอยู่ปลายหนึ่ง ใบพลั่วอยู่อีกปลาย ถ้าเด็กจับคู่ผิด ให้ใช้นิ้วลากตามขอบเงาช้า ๆ แล้วนับส่วนที่ยื่นออกมา
ดิน กับ หิน: สองคำนี้ต่างกันแค่พยัญชนะต้น ด เด็ก กับ ห หีบ เด็กที่เพิ่งหัดอ่านจึงสลับกันบ่อย ในใบคัดคำศัพท์ ให้อ่านออกเสียงช้า ๆ ว่า ดิน กับ หิน แล้วชี้ตัวแรกของคำก่อนลากเส้นตาม