ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 1–3
ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 1–3 ระบายสีลูกโป่งและว่าว จับคู่เงา นับจำนวน โยงเส้นอากาศดี อากาศเสีย ต้องหายใจ ไม่ต้องหายใจ เรียงลำดับ ตารางดูแลอากาศ คัดคำ พิมพ์ฟรี
พบ 9 ใบงาน
1 ภาพ ใบงานระบายสีลูกโป่ง พร้อมลากเส้นคำว่า ลูกโป่ง
1 ภาพ ใบงานระบายสีว่าว พร้อมลากเส้นคำว่า ว่าว
4 คู่ ใบงานจับคู่ภาพกับเงา หน่วยอากาศ
4 แถว ใบงานนับจำนวน 1-5 หน่วยอากาศ
6 ภาพ ใบงานโยงเส้น อากาศดี อากาศเสีย
8 ภาพ ใบงานโยงเส้น ต้องหายใจ ไม่ต้องหายใจ
3 ภาพ ใบงานเรียงลำดับ จากเมล็ดเป็นต้นไม้
8 รายการ ตารางหนูดูแลอากาศ (รายสัปดาห์)
6 แถว ใบงานคัดคำศัพท์หน่วยอากาศ
ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 1 2 3 เริ่มใบไหนก่อน
ใบงานหน่วยอากาศในหน้านี้ทำมาสำหรับเด็กปฐมวัย แผนที่ใช้กันมากเรียกหน่วยนี้ว่า อากาศ เหมือนกันทั้งอนุบาล 1 2 และ 3 บางโรงเรียนอาจเรียกว่าหน่วยลมฟ้าอากาศ หรืออากาศรอบตัวเรา แต่เนื้อหาหลักใกล้เคียงกัน 4 เรื่อง คือ อากาศอยู่รอบตัวเรา อากาศดีกับอากาศเสีย ประโยชน์ของอากาศ และฝุ่นกับควัน ครูใช้เป็นใบงานหน่วยอากาศ ปฐมวัย ในห้องเรียนได้ ผู้ปกครองก็พิมพ์ให้ลูกทำที่บ้านได้ เปิดแล้วกดพิมพ์ลงกระดาษ A4 หรือบันทึกเป็น PDF ได้ทันที และแยกให้แล้วว่าใบไหนเหมาะกับชั้นไหน
ใบงานอากาศ อนุบาล ในหน้านี้ใช้ภาพชุดเดียวกัน ลูกโป่ง เรือใบ และพัดลมในใบจับคู่เงากลับมาในใบนับจำนวน ส่วนต้นไม้อยู่ทั้งในใบต้องหายใจ ใบเรียงลำดับ และใบอากาศดี อากาศเสีย เรามองไม่เห็นอากาศ เด็กเล็กจึงเรียนรู้จากสิ่งที่อากาศทำให้เกิดขึ้น เช่น ลูกโป่งพอง ว่าวลอย และเรือใบแล่น ความยากเพิ่มขึ้นจากการระบาย การจำแนกด้วยเหตุผล การเรียงลำดับ และการเขียนทั้งคำ
- อนุบาล 1: ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 1 เริ่มจากใบระบายสีลูกโป่ง และใบระบายสีว่าว ภาพใหญ่เต็มหน้า ใต้ภาพมีคำให้ลากเส้นตาม ต่อด้วยจับคู่ภาพกับเงา หน่วยอากาศ 4 คู่ คือ ลูกโป่ง เรือใบ พัดลม และว่าว มีชื่อใต้ภาพทุกภาพ นับจำนวน 1–5 มี 4 แถว คือ ลูกโป่ง พัดลม เรือใบ และเครื่องบิน และโยงเส้น อากาศดี อากาศเสีย 6 ภาพ ที่ลากเส้นไปหาหน้ายิ้มหรือหน้าเศร้า หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2568 ตั้งเป้าให้อนุบาล 1 บอกจำนวนได้ 1–3 และอนุบาล 2 บอกจำนวนได้ 1–5 เราแนะนำให้นับแถวเครื่องบิน 5 ลำไปพร้อมกับครู ห้าใบนี้ใช้กับอนุบาล 2 ได้ด้วย
- อนุบาล 2: ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 2 (อ.2) เริ่มจากห้าใบข้างต้น แล้วเพิ่มโยงเส้น ต้องหายใจ ไม่ต้องหายใจ 8 ภาพ เรียงลำดับ จากเมล็ดเป็นต้นไม้ 3 ภาพ โดยเขียนเลข 1–3 ในช่องใต้ภาพ และตารางหนูดูแลอากาศ รายสัปดาห์ 8 ข้อ ตารางนี้มีแต่ตัวหนังสือ ผู้ใหญ่จึงต้องอ่านให้ฟังทีละข้อ สามใบนี้ใช้กับอนุบาล 3 ได้ด้วย
- อนุบาล 3: ใบงานหน่วยอากาศ อนุบาล 3 (อ.3) เริ่มจากใบอากาศดี อากาศเสีย โดยให้เด็กบอกเหตุผลด้วยคำว่า เพราะ แล้วทำสามใบของอนุบาล 2 ต่อ จากนั้นเพิ่มคัดคำศัพท์หน่วยอากาศ 6 คำ คือ ลม ฝุ่น อากาศ หายใจ ต้นไม้ และลูกโป่ง ใบคัดคำนี้ใช้ทบทวนตอนขึ้น ป.1 ได้ด้วย
ใบงานหน่วยอากาศ ใช้คู่กับแผนการสอน วันไหนใช้ใบไหน
แผนที่ใช้กันมากสอนหน่วยอากาศช่วงเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 ต่อจากหน่วยกลางวันกลางคืน และก่อนหน่วยฤดูหนาว ตารางสอนมี 4 วัน ส่วนแผนฉบับเต็มของอนุบาล 2 และ 3 เขียนไว้ 5 วัน หน้านี้นับตามตารางสอน วันแรกว่าด้วยอากาศคืออะไร วันที่สองว่าด้วยอากาศดีกับอากาศเสีย วันที่สามว่าด้วยประโยชน์ของอากาศ วันสุดท้ายว่าด้วยมลพิษทางอากาศและการป้องกัน
วันแรกเป็นวันทำความรู้จักอากาศ แผนอนุบาล 1 ใช้ลูกโป่งกับถุงพลาสติกให้เด็กรู้ว่าอากาศอยู่รอบตัว ถ้าทำตาม ผู้ใหญ่ต้องดูแลใกล้ชิด ห้ามนำถุงมาคลุมหัว และเก็บลูกโป่งกับถุงให้พ้นมือเด็กเมื่อเสร็จ ใบระบายสีลูกโป่งใช้ต่อจากกิจกรรมนี้ได้พอดี แผนอนุบาล 2 ทดลองคว่ำแก้วที่มีกระดาษลงในน้ำ และเทียบลูกโป่งสองลูกบนตาชั่ง แผนอนุบาล 3 ใช้กล่องปริศนากับคำคล้องจองเรื่องลม ใบคัดคำศัพท์มีคำว่า ลม กับ อากาศ ให้เขียนต่อจากกิจกรรมนี้ได้
วันที่สองเป็นวันที่ใบงานเข้ากับแผนมากที่สุด แผนอนุบาล 1 เทียบท้องฟ้าใสกับหมอกควัน และสวนเขียวกับควันโรงงาน แผนอนุบาล 2 เทียบอากาศสะอาดที่มีต้นไม้มากกับควันดำจากรถ โรงงาน และการเผาขยะ แผนอนุบาล 3 เทียบภาพป่าน้ำตกกับควันรถ แล้วให้เด็กจำแนกบัตรภาพบนแผ่นชาร์ต ใบโยงเส้น อากาศดี อากาศเสียคือเรื่องเดียวกันในรูปใบงาน
วันที่สามว่าด้วยประโยชน์ของอากาศ แผนอนุบาล 1 ยกตัวอย่างคนและสัตว์หายใจ ต้นไม้เติบโต เป่าลูกโป่ง และลมพาว่าวลอย ใบต้องหายใจ ไม่ต้องหายใจ ใบระบายสีว่าว และใบจับคู่เงาเข้ากับวันนี้ แผนอนุบาล 2 พูดถึงการหายใจ พืช ลมและฝน และการทำให้สิ่งของทำงาน ส่วนแผนอนุบาล 3 มีกังหันลม บอลลูน และลมทำให้ผ้าแห้ง ช่วงเกมการศึกษาของอนุบาล 1 และ 2 ใช้ใบนับจำนวนเสริมได้
วันสุดท้ายว่าด้วยฝุ่นและควัน แผนอนุบาล 1 พูดถึงฝุ่น PM2.5 โรงงาน และรถ แล้วสอนให้สวมหน้ากาก อยู่ห่างควัน และปลูกต้นไม้ แผนอนุบาล 2 ใช้บัตรภาพรถ การเผาขยะ ไฟป่า และโรงงาน แผนอนุบาล 3 ให้เด็กฟังนิทาน แล้วช่วยกันวาดเมืองที่ไม่มีมลพิษ ตารางหนูดูแลอากาศทำให้เรื่องนี้ต่อเนื่องที่บ้าน และใบเรียงลำดับจากเมล็ดเป็นต้นไม้ใช้ชวนคุยเรื่องการปลูกต้นไม้
ถ้าอยากได้ชุดภาพอื่น ใช้เครื่องมือสร้างใบงานจับคู่ภาพกับเงา จำแนกกลุ่ม และระบายสีภาพ ซึ่งมีภาพรถควันดำ โรงงานมีควัน เผาขยะ และว่าวให้เลือก ส่วนเครื่องมือสร้างตารางกิจวัตรใส่ข้อที่เหมาะกับบ้านหรือโรงเรียนของคุณเองได้ และเครื่องมือคัดลายมือใส่คำอื่นได้ เช่น ควัน หรือ หน้ากาก
ถ้ายังสอนหน่วยก่อนหน้าอยู่ ดูใบงานกลางวันกลางคืน หน่วยถัดไปคือใบงานฤดูหนาว ซึ่งต่อจากเรื่องอากาศได้ดี เพราะช่วงหน้าหนาวในไทยมักมีฝุ่นมากขึ้นในหลายพื้นที่ ดูช่วงที่สอนของทุกหน่วยได้ในรายชื่อหน่วยการเรียนรู้ทั้งปี
อากาศคืออะไร เล่าให้เด็กปฐมวัยเข้าใจ
อากาศอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา เรามองไม่เห็น แต่รู้ว่ามีอยู่จากสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ลูกโป่งพองเมื่อเป่าลมเข้าไป และใบไม้ขยับเมื่อมีลมพัด ลมก็คืออากาศที่เคลื่อนที่นั่นเอง อธิบายให้เด็กฟังสั้น ๆ ได้ว่า อากาศเหมือนเพื่อนที่มองไม่เห็น แต่อยู่กับเราทุกที่ และเราใช้อากาศหายใจทุกวัน
คน สัตว์ และต้นไม้ต้องใช้อากาศ คนกับสัตว์หายใจเข้าออกให้เห็นได้ ต้นไม้ไม่มีจมูก แต่รับอากาศผ่านรูเล็ก ๆ ที่ใบ และยังช่วยสร้างออกซิเจนให้เราด้วย ส่วนสิ่งของอย่างลูกบอล ก้อนหิน และกุญแจไม่มีชีวิต จึงไม่ต้องหายใจ
อากาศเสียคืออากาศที่มีควันหรือฝุ่นปนอยู่มาก มาจากควันรถ โรงงาน การเผาขยะ และไฟป่า ฝุ่น PM2.5 เล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเข้าสู่ร่างกายได้ตอนเราหายใจ เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ สิ่งที่เด็กช่วยได้ตามวัยมี 4 อย่าง คือ ทิ้งขยะลงถัง ไม่เผาขยะ ช่วยรดน้ำต้นไม้ และเดินหรือปั่นจักรยานกับผู้ใหญ่เมื่อไปใกล้ ๆ โดยสวมหมวกนิรภัยเมื่อปั่นจักรยาน
ผู้ใหญ่ดูค่าฝุ่นได้จากแอปหรือเว็บ Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งบอกระดับอากาศเป็น 5 สี คือ สีฟ้าดีมาก สีเขียวดี สีเหลืองปานกลาง สีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำให้ตรวจค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากกันฝุ่น และเลี่ยงออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน คือวันที่เป็นสีส้มหรือสีแดง หน้ากากของเด็กต้องมีขนาดพอดีหน้า ผู้ใหญ่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ ถ้าเด็กอึดอัดให้ถอดออก และไม่สวมตอนวิ่งเล่น เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี กรมอนามัยไม่แนะนำให้สวมหน้ากาก ถ้าเด็กแสบตาหรือคัดจมูก ให้พาเข้าอาคาร แต่ถ้าไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด หรือแน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์
การทดลองเรื่องอากาศ งานประดิษฐ์ และภาพระบายสี
ภาพระบายสีหน่วยอากาศในหน้านี้เป็นภาพเดี่ยวตัวโต เหมาะกับเด็กอนุบาล 1–2 ที่ยังระบายช่องเล็กไม่ถนัด เด็กที่ระบายเสร็จแล้วนำไปต่อเป็นงานประดิษฐ์ได้ กิจกรรม 5 อย่างต่อไปนี้ใช้ของที่มีในห้องเรียน สามอย่างแรกทำให้เด็กเห็นว่าอากาศมีอยู่จริง
- กระดาษไม่เปียก: ยัดกระดาษทิชชูให้แน่นที่ก้นแก้วแห้ง คว่ำแก้วตรง ๆ ลงในกะละมังน้ำ แล้วยกขึ้นตรง ๆ กระดาษจะไม่เปียก เพราะอากาศในแก้วกันน้ำไว้ แผนอนุบาล 2 มีการทดลองแบบนี้
- ลูกโป่งบนตาชั่ง: ผู้ใหญ่เป่าลูกโป่งขนาดเท่ากัน 2 ลูก ผูกไว้คนละข้างของไม้แขวนเสื้อหรือไม้บรรทัดยาว แล้วปรับให้สมดุล จากนั้นปล่อยลมออก 1 ลูก แล้วผูกกลับที่เดิม ข้างที่ยังมีอากาศจะเอียงลงเล็กน้อย แผนอนุบาล 2 ก็ทดลองแบบนี้ ความต่างน้อยมาก ถ้าเห็นไม่ชัดก็ไม่ผิด ให้ทำในห้องที่ไม่มีลมพัด และเก็บลูกโป่งแฟบกับลูกโป่งแตกทิ้งทันทีเพราะอาจติดคอเด็ก
- พัดกระดาษ: พับกระดาษไปมาเป็นจีบแล้วรวบด้านล่าง ให้เด็กพัดใส่หน้าตัวเองและเพื่อน จะรู้สึกว่าลมเกิดจากอากาศที่ขยับ แผนอนุบาล 2 มีงานประดิษฐ์แบบนี้
- ว่าวกระดาษ: ใช้ใบระบายสีว่าวที่ระบายแล้ว ผู้ใหญ่ช่วยตัดตามขอบ ติดหลอดดูดเป็นโครงด้านหลัง แล้วผูกเชือก พาเล่นในที่โล่งกับผู้ใหญ่ ให้ห่างถนนและสายไฟ แผนอนุบาล 3 ก็ให้เด็กวาดและตัดรูปว่าวในช่วงศิลปะ
- ป้ายนิเทศเมืองไม่มีมลพิษ: แบ่งบอร์ดเป็นสองฝั่ง ฝั่งอากาศดีกับฝั่งอากาศเสีย ให้เด็กติดภาพจากใบโยงเส้นที่ตัดแล้ว และช่วยกันวาดเมืองที่มีต้นไม้มาก แผนอนุบาล 3 ก็ให้เด็กวาดเมืองแบบนี้
คำถามที่เด็กมักถาม และจุดที่มักพลาด
ทำไมมองไม่เห็นอากาศ: อากาศใสและไม่มีสี จึงมองไม่เห็น แต่รู้สึกได้เวลาลมพัด และเห็นได้จากฟองอากาศในน้ำหรือลูกโป่งที่พองขึ้น
ลมมาจากไหน: ลมคืออากาศที่เคลื่อนที่ เมื่ออากาศร้อนลอยขึ้น อากาศเย็นกว่าจะไหลเข้ามาแทน จึงเกิดลม ส่วนลมจากพัดลมเกิดจากใบพัดที่ดันอากาศไปข้างหน้า
ปลาหายใจไหม: ปลาหายใจด้วยเหงือก ใช้อากาศที่ละลายอยู่ในน้ำ ตอบเด็กตามนี้ได้เลย ใบต้องหายใจไม่ใส่ปลา เพราะอาจทำให้เด็กงงว่าปลาอยู่ในน้ำแล้วหายใจได้อย่างไร
ลูกโป่งกับเครื่องบินในภาพมีหน้าตา ต้องหายใจไหม: ภาพบางภาพวาดหน้าตาให้น่ารัก แต่ของเหล่านี้ไม่มีชีวิต จึงไม่ต้องหายใจ ใบต้องหายใจเลือกแต่ภาพสิ่งของที่ไม่มีหน้าตา เพื่อไม่ให้สับสน
รถทำให้อากาศเสียทุกคันไหม: รถที่ใช้น้ำมันมีไอเสียทุกคัน แม้ไม่เห็นควันดำก็ตาม ใบโยงเส้นใช้ภาพรถที่มีควันก้อนใหญ่ให้เห็นชัด ไม่ได้แปลว่าห้ามนั่งรถ ให้บอกว่าถ้าไปใกล้ ๆ เราเดินหรือปั่นจักรยานกับผู้ใหญ่ได้ ซึ่งช่วยลดควันจากรถ
จับคู่เงา: เงาลูกโป่งกับเงาพัดลมมีส่วนกลมอยู่ด้านบนเหมือนกัน ให้ดูด้านล่าง เงาลูกโป่งมีเชือกเส้นเล็ก เงาพัดลมมีขาตั้ง ไม่มีคู่ไหนอยู่แถวเดียวกัน
นับจำนวน: พัดลมหนึ่งตัวมีใบพัดหลายใบ และเรือหนึ่งลำมีใบเรือสองผืน เด็กที่นับส่วนย่อยจะตอบเกิน ให้บอกว่าเรานับทั้งตัวหรือทั้งลำเป็นหนึ่ง
คัดคำ: คำว่า ลม ไม่มีรูปสระ อย่าเขียนเป็น โลม คำว่า อากาศ ลงท้ายด้วย ศ ไม่ใช่ ด หรือ ส คำว่า หายใจ ใช้ไม้ม้วน ส่วน ต้นไม้ ใช้ไม้มลาย